จากกรณีคนร้ายเป็นชายสวมวิก พร้อมอำพรางใบหน้า ใช้อาวุธปืนบุกเข้าจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าฯ ย่านลาดพร้าว-วังหิน โดยสามารถจี้ชิงสร้อยคอทองคำ น้ำหนักรวม 216 บาท คิดเป็นมูลค่า 6.2 ล้านบาท ก่อนขับรถ จยย.หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงสายของวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ออกติดตามและสามารถตรวจยึดรถ จยย. พร้อมวิกผม เสื้อแจ็คเก็ต ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเอาไว้ได้ที่อพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว พร้อมทั้งเข้าตรวจค้นห้องพัก ภายในซอยพหลโยธิน 32 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันนี้ (29 กันยายน 2563) ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องพักภายในซอยพหลโยธิน 32 โดยพบว่า เป็นห้องพักของคนร้ายรายนี้ เมื่อตรวจสอบในห้องกลับไม่พบทรัพย์สินหลงเหลืออยู่เลย ดังนั้น คาดว่า คนร้ายน่าจะเก็บทรัพย์สินภายในห้องหลบหนีไปทั้งหมด ตลอดจนเมื่อทำการตรวจสอบประวัติผู้เช่าห้องพัก พบว่า คนร้ายได้ใช้ชื่อปลอม และใช้หมายเลขโทรศัพท์ปลอม
สำหรับแนวทางการสืบสวน ขณะนี้ทราบเพียงชื่อเล่นของคนร้ายเท่านั้น เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายรายนี้เป็นคนไทย โดยระหว่างที่คนร้ายหลบหนีนั้น ได้ไปซื้อตั๋วโดยสารรถทัวร์ที่สถานีขนส่งหมอชิต ปลายทางจังหวัดเลย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้อย่างกระชั้นชิด
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ยังได้นำแผนประทุษกรรม การก่อเหตุชิงทรัพย์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 ซึ่งเป็นโซนจังหวัดภาคอีสาน มาทำการตรวจสอบ ทั้งนี้ ทางชุดสืบสวนเชื่อว่า คนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ อาจจะเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างฯย่านถนนพระราม4 อีกด้วย เนื่องจากมีแผนประทุษกรรมเหมือนกัน รวมทั้งลักษณะรูปร่างคล้ายกัน โดยเฉพาะอาจมีการสวมใส่วิกด้วยเช่นกัน