มีรายงานว่า ปัญหาขยะในประเทศไทย มีมากถึงประมาณ 28 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังมีขยะตกค้างที่ไม่สามารถกำจัดได้ประมาณ 5.8 ล้านตัน คิดเป็นขยะเศษอาหารประมาณ 4 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 60%
โดยปกติแล้วการกำจัดขยะอาหารสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการลดการกินทิ้งกินขว้าง นำไปบริจาคให้ผู้ยากไร้ เอาไปทำเป็นอาหารสัตว์ เอาไปหมักเพื่อทำเป็นก๊าซหุงต้ม แปรรูปกลับคืนไปประกอบหน้าดิน รวมถึงวิธีสุดท้ายอย่างการนำขยะอาหารไปฝังกลบ ซึ่งเป็นวิธีการกำจัดขยะอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะจะเป็นการเพิ่มภาวะเรือนกระจก จากการย่อยสลายที่จะคายก๊าซมีเทนออกมาจากขยะอินทรีย์ นอกจากนี้ขยะอาหารยังมีปัญหาเรื่องของกลิ่นรบกวน และเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคมากมาย และหากจัดการล้มเหลวก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากปัญหา "ขยะอาหาร" ที่เรื้อรังมานานนี้เอง ทำให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความสำคัญ โดยให้สถาบันนวัตกรรม ปตท. พัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยจัดการปัญหาขยะเศษอาหารตั้งแต่ต้นทาง เปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ครบวงจร ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนของเสียให้เป็นวัสดุที่มีคุณค่ากลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม
สถาบันนวัตกรรม ปตท. โดยทีมวิจัยจากฝ่ายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ได้เริ่มทำการคัดเลือกและพัฒนาเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการผลิตเอนไซม์เพื่อช่วยในการย่อยสลายขยะเศษอาหาร โดยเชื้อจุลินทรีย์จะทำงานร่วมกับเครื่องย่อยสลายขยะเศษอาหารอัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาแล้วเสร็จเมื่อปลายปี พ.ศ.2562 ให้สามารถควบคุมสภาวะให้เชื้อจุลินทรีย์ทำงานย่อยสลายขยะเศษอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไร้กลิ่นเหม็นรบกวน
เครื่องย่อยสลายอัตโนมัติ เปลี่ยนอาหารเหลือทิ้งให้เป็นปุ๋ยได้ใน 12 ชม.สำหรับตัวเครื่องจะประกอบด้วยส่วนการทำงานหลัก 2 ส่วนคือ
(1) ส่วนย่อยสลายขยะเศษอาหาร และ (2) ส่วนดูดซับกลิ่น โดยทั้งสองส่วนดังกล่าวได้ผ่านการออกแบบและพัฒนาเพื่อให้สามารถรองรับปริมาณขยะเศษอาหารได้สูงสุดถึง 5 กิโลกรัมต่อวัน ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดด้านกว้าง ยาว และสูง ไม่เกิน 1 เมตร ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน รวมทั้งระบบควบคุมต่าง ๆ ได้ถูกติดตั้งเพื่อควบคุมสภาวะการทำงานโดยอัตโนมัติไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานเพียงแค่เปิดเครื่องเริ่มการใช้งานและใส่ขยะเศษอาหารพร้อมเชื้อจุลินทรีย์ของ ปตท.ได้ทันที หลังจากนั้นผ่านไป 12 ชั่วโมงก็จะได้วัสดุปรับปรุงดิน (Bio-Soil) ที่เกิดจากการย่อยสลายขยะเศษอาหารของเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการบำรุงต้นไม้ให้เจริญงอกงามและบำรุงดินที่เสื่อมสภาพให้มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี