ด้านนายกมลพงศ์ สงวนตระกูล ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าร่วมในการระดมสมองด้วย ระบุว่า เรื่องขยะสำคัญมากเพราะจะมีปัญหาในหลายเมือง โดยเฉพาะเมืองที่เติบโต ปัญหาที่ตามมาคือปัญหาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เมืองที่โตหากมีขยะเยอะก็จะทำให้เมืองไม่มีความสุข ทางหอการค้าเองนอกจากเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนแล้ว ก็มองเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีประโยชน์หากจีดีพีโตแต่เมืองมีขยะ และมลพิษ ทางหอการค้าเราทำงานทั้งภาครัฐ และเอกชนร่วมกันแก้ปัญหาตรงนี้ตลอด
"ส่วนตัวในบทบาทหนึ่งผมเป็นเจ้าของโตโยต้าขอนแก่น ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนและมองเห็นปัญหาขยะ เพราะเราเองเป็นคนก่อขยะด้วย ทางเราได้ทำ ISO 14000 และเราได้จัดการขยะทั่วไปด้วยการสร้างจิตสำนึกให้พนักงานมีการแยกขยะ ขยะสด รีไซเคิลและขยะอันตราย โดยประสานกับภาครัฐเพื่อจัดการขยะ และขยะสดก็เอามาทำปุ๋ย ทำน้ำหมักในการเกษตรกรรม ขยะรีไซเคิลได้จัดจำหน่ายมาเป็นรายได้เพื่อเอามาจัดสวัสดิการให้กับพนักงานด้วย"นายกมลพงศ์ กล่าว
ด้านนายสิปปกร เดชสวัสดิ์หรือ น้องพู่กัน นักเรียนจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน มองว่าขยะเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ทั้งสิ่งที่เราทิ้่งแล้วหรือยังไม่ได้ทิ้ง แต่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนตัวมีวิธีการจัดการขยะด้วยการแยกขยะจากต้นทาง เพื่อให้คนจัดเก็บได้เก็บได้ง่ายขึ้น แม้แต่ขยะพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็จะเอากลับมาใช้ได้ และไม่รับถุงพลาสติกและรับแก้วน้ำพลาสติกแต่พกแก้วน้ำส่วนตัวเพื่อลดขยะด้วย
ภายหลังการประชุมหารือเพื่อระดมสมองเครือข่ายสปาร์คยูปลุกใจเมืองได้ร่วมกันตั้งปฏิญญาประชาชนคนขอนแก่นครั้งที่ 1 โดยประกาศว่า "ประชาชนคนขอนแก่นจะคัดแยกขยะที่ต้นทางเพื่อสร้างสุข สนับสนุนผู้ประกอบการที่ใช้ภาชนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมวัฒนธรรม "หยุดกินเหลือเพื่อชาติ" รวมถึงหอพักอพาร์ตเม้นท์จะรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เกิดการลดขยะเพื่อรักษ์โลก และแยกขยะเปลี่ยนขยะเป็นบุญเพื่อช่วยเกื้อกูลผู้ยากไร้ ลดความเหลื่อมล้ำ และ ตลาดจะสร้างเครือข่ายคัดแยกขยะจากผู้ให้ถึงผู้รับเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้กล่องโฟมและถุงพลาสติก"