เนชั่นทีวี

ข่าว

เครือข่าย "ปลุกใจเมือง" ประกาศใช้ขยะลดความเหลื่อมล้ำ

28 ก.ย. 2563 | sumalee

เครือข่าย "ปลุกใจเมือง" ประกาศใช้ขยะลดความเหลื่อมล้ำ

เครือข่ายสปาร์คยู ปลุกใจเมืองขอนแก่น ประกาศลด ละ เลิก ทิ้งขยะให้เป็นปัญหาสังคม โดยเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน พร้อมกับให้มองขยะมีประโยชน์ สามารถเอากลับมาใช้ใหม่ได้รวมถึงหากมีของเหลือใช้ก็สามารถแบ่งปันให้คนที่ขาดแคลน ลดช่องว่างและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วย

เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา โครงการสปาร์คยูขอนแก่น "ปลุกเปลี่ยนเมือง" ได้ระดมสมองเพื่อหาทางออกการจัดการขยะของเมืองขอนแก่น โดยมีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม เด็ก เยาวชน เข้าร่วมกว่า 60 คน ณ อาคารพุทธศิลป์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สนับสนุนโดยแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

ในที่ประชุมได้นำเสนอปัญหาขยะเมืองขอนแก่น โดยนายทัศนัย ประจวบมอญ ผอ.ส่วนส่งเสริมสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลปัญหาขยะเมืองขอนแก่นที่มีขยะประมาณวันละ 162 ตัน โดยจะต้องจ่ายเงินค่าจัดการขยะทั้งค่าขนส่ง ค่าเก็บขยะ และค่าจ้างเผาขยะที่โรงงานไฟฟ้าขยะของเทศบาลรวมตันละ 500-600 บาท แต่ละปีต้องจ่ายเงินค่าจัดการขยะกว่า 35 ล้านบาท โดยทางเทศบาลได้รณรงค์เรื่องการทิ้งขยะมานาน ซึ่งแม้ตัวเลขปริมาณขยะจะลดลงทุกปีแต่ก็ถือว่ามีปริมาณที่มาก โดยเฉพาะขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกที่มีมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณขยะทั้งหมด

เครือข่าย "ปลุกใจเมือง" ประกาศใช้ขยะลดความเหลื่อมล้ำ

ในขณะที่นางนิภา มิลินทวิสมัย รองประธานชมรมหอพักอพาร์ทเมนต์ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ที่หอพักได้มีการคัดแยกขยะอยู่แล้ว โดยแยกเป็นขยะทั่วไป ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล นอกจากนั้นยังได้นำเอาข้าวของเครื่องใช้ที่จะมีการสับเปลี่ยน ทั้งที่นอน ตู้ เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ที่ไม่ได้ใช้ เอาไปบริจาคเพื่อให้คนที่ยากไร้หรือขาดแคลนนำไปใช้ต่อ แต่ปัญหาใหญ่คือ ขอนแก่นยังไม่มีจุดรับขยะ หรือ บริการจัดเก็บของเหลือใช้ขนาดใหญ่เพื่อนำไปให้คนที่ต้องการใช้ต่อ ซึ่งพอมาร่วมโครงการนี้จึงได้มีข้อเสนอ นำเอาของเหลือใช้ที่ทุกคนมองว่าเป็นขยะเอาไปบริจาคต่อเพื่อทำบุญและลดความเหลื่อมล้ำได้ด้วย 

ด้านนายกมลพงศ์ สงวนตระกูล ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าร่วมในการระดมสมองด้วย ระบุว่า เรื่องขยะสำคัญมากเพราะจะมีปัญหาในหลายเมือง โดยเฉพาะเมืองที่เติบโต ปัญหาที่ตามมาคือปัญหาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เมืองที่โตหากมีขยะเยอะก็จะทำให้เมืองไม่มีความสุข ทางหอการค้าเองนอกจากเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนแล้ว ก็มองเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีประโยชน์หากจีดีพีโตแต่เมืองมีขยะ และมลพิษ ทางหอการค้าเราทำงานทั้งภาครัฐ และเอกชนร่วมกันแก้ปัญหาตรงนี้ตลอด



เครือข่าย "ปลุกใจเมือง" ประกาศใช้ขยะลดความเหลื่อมล้ำ



"ส่วนตัวในบทบาทหนึ่งผมเป็นเจ้าของโตโยต้าขอนแก่น ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนและมองเห็นปัญหาขยะ เพราะเราเองเป็นคนก่อขยะด้วย ทางเราได้ทำ ISO 14000 และเราได้จัดการขยะทั่วไปด้วยการสร้างจิตสำนึกให้พนักงานมีการแยกขยะ ขยะสด รีไซเคิลและขยะอันตราย โดยประสานกับภาครัฐเพื่อจัดการขยะ และขยะสดก็เอามาทำปุ๋ย ทำน้ำหมักในการเกษตรกรรม ขยะรีไซเคิลได้จัดจำหน่ายมาเป็นรายได้เพื่อเอามาจัดสวัสดิการให้กับพนักงานด้วย"นายกมลพงศ์ กล่าว

เครือข่าย "ปลุกใจเมือง" ประกาศใช้ขยะลดความเหลื่อมล้ำ

ด้านนายสิปปกร เดชสวัสดิ์หรือ น้องพู่กัน นักเรียนจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน มองว่าขยะเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ทั้งสิ่งที่เราทิ้่งแล้วหรือยังไม่ได้ทิ้ง แต่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนตัวมีวิธีการจัดการขยะด้วยการแยกขยะจากต้นทาง เพื่อให้คนจัดเก็บได้เก็บได้ง่ายขึ้น แม้แต่ขยะพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็จะเอากลับมาใช้ได้ และไม่รับถุงพลาสติกและรับแก้วน้ำพลาสติกแต่พกแก้วน้ำส่วนตัวเพื่อลดขยะด้วย
ภายหลังการประชุมหารือเพื่อระดมสมองเครือข่ายสปาร์คยูปลุกใจเมืองได้ร่วมกันตั้งปฏิญญาประชาชนคนขอนแก่นครั้งที่ 1 โดยประกาศว่า "ประชาชนคนขอนแก่นจะคัดแยกขยะที่ต้นทางเพื่อสร้างสุข สนับสนุนผู้ประกอบการที่ใช้ภาชนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมวัฒนธรรม "หยุดกินเหลือเพื่อชาติ" รวมถึงหอพักอพาร์ตเม้นท์จะรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เกิดการลดขยะเพื่อรักษ์โลก และแยกขยะเปลี่ยนขยะเป็นบุญเพื่อช่วยเกื้อกูลผู้ยากไร้ ลดความเหลื่อมล้ำ และ ตลาดจะสร้างเครือข่ายคัดแยกขยะจากผู้ให้ถึงผู้รับเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้กล่องโฟมและถุงพลาสติก"

ข่าวล่าสุด