(25 กันยายน 2563) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีการกล่าวหาไปยังรัฐบาลว่าซื้อเวลาไปอีก 1 เดือน ในการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาศึกษาร่าง ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น 6 ญัตติ ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้จริง โดยเฉพาะวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่ได้ร่วมตั้งแต่กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ ส.ว.บอกว่าไม่ได้ร่วมตั้งแต่ต้น แต่ให้มาร่วมลงมติจึงดูขัด และที่คิดว่าอาจจะมีมติในเรื่องการรับร่างตามที่ฝ่ายวิปได้ตกลงกัน
นายอนุชา กล่าวว่า เมื่อถึงเหตุการณ์นี้จะปล่อยให้สิ่งที่คาดเกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด ฉะนั้นการที่จะหาทางออกที่ดีที่สุด คือ ตั้งคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 121 เมื่อมีโอกาสตั้งกมธ.เพื่อพิจารณารับร่าง ที่มารับหรือไม่รับหลักการ ตนมองว่า เป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วถูกต้องตามครรลอง และไม่ได้เป็นระยะเวลานานที่จะพิจารณา ส่วนที่บอกว่าจะยื้อหรือคว่ำนั้น เหตุใดทำไมไม่คว่ำตั้งแต่วันนี้ (25ก.ย.) หรือคว่ำวันไหนก็ได้ ทำไมต้องเป็นอีก 1 เดือน แล้วหากอีก 1 เดือน มีการพิจารณาว่าไม่คว่ำ คนที่พูดจะรับผิดชอบคำพูดตัวเองอย่างไร
ทั้งนี้ ส่วนตัวเพิ่งทราบว่าจะมีการตั้งกมธ.อีก1เดือน ตอนลงมติเช่นกัน เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว จะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ควรเกิดได้อย่างไร และมองว่าไม่ใช่เรื่องที่คิดว่าเป็นการยื้อ แต่เป็นระบอบตามรัฐสภา ควรยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเอาชนะกัน แค่เพียงเวลา 1 เดือน มองว่าไม่ควรคิดในเชิงลบอย่างเดียว เพราะการคิดในเชิงลบ โดยคิดว่าตัวเองเป็นตัวตั้ง ก็ไม่เกิดผลดีต่อรัฐสภา หรือไม่เกิดผลดีกับประชาชนที่อยากแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้เกิดขึ้น
"หากทะเลาะกันก่อน ก็จะยิ่งเกิดความลำบากในการพูดคุย เมื่อเรื่องแค่นี้ยังไม่ไว้ใจกัน แล้วเมื่อไหร่จะเข้าสู่ความไว้วางใจในการช่วยกันแก้ปัญหาในบ้านเมือง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ สิ่งที่บอกว่าไม่จริงใจเป็นการคาดเดาหรือไม่ และหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญคนที่บอกว่ารัฐบาลไม่จริงใจจะรับผิดชอบคำพูดอย่างไร" นายอนุชา กล่าว