วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เปิดตัววัคซีนการตลาดครั้งแรกของประเทศไทย จากข้อมูลงานวิจัย "กลยุทธ์การสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ" (VACCINES Strategy) เพื่อเสนอแนวทางการทำการตลาดในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบไปด้วย NE(V)ER NORMAL รู้การรอดในโลกใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิม DAT(A) DRIVEN ใช้ดาต้า หาทางรอด (C)OLLABORATION รวมกัน เราอยู่ (C)ONTENT สื่อสารให้คลิก พลิกด้วยคอนเทนต์ NEW BUS(I)NESS รู้ รับ ปรับท่าใหม่ RESILIE(N)CE ยืดหยุ่น พร้อมปรับ T(E)CH ADOPTION ขับเคลื่อน ด้วยเทคโนโลยี GROWTH MIND(S)ET เติบโต แบบคิดต่าง นอกจากนี้ ยังพบว่า 78% ของผู้ประกอบการ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งในจำนวนนี้ เกือบทั้งหมดได้รับผลกระทบเรื่องยอดขายมีรายได้ลดลงและมีเพียง 5% ที่ไม่กระทบเรื่องยอดขาย
ทั้งนี้ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ได้จัดสัมมนาการตลาด "Never Normal Marketing : พลิกกระบวนท่าการตลาดฝ่าวิกฤตโควิด-19" ขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ JustCo อัมรินทร์ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือเข้าไปที่ www.cmmu.mahidol.ac.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/mkcmmu
ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ผู้ช่วยคณบดี ด้านสื่อสารองค์กร และหัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการมหิดล ได้ทำการสำรวจกลุ่มผู้ประกอบการตัวอย่าง 450 ราย ผลสำรวจพบว่าผู้ประกอบการจำนวน 78% หรือจำนวน 350 ราย ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 โดยในจำนวนนี้ 74% มีรายได้ลดลง ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสูงสุด 6 อันดับแรกคือ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวที่มีรายได้ลดลง 73% 2. ธุรกิจบันเทิง ลดลง 59% 3. ธุรกิจรับจ้าง บริการ 44% 4. ธุรกิจการผลิต 42% 5. ธุรกิจอาหาร 41% และสุดท้ายลำดับที่ 6 ลดลง 38% คือ ธุรกิจค้าขาย ปลีกส่ง และธุรกิจอื่น ๆ เช่น ธุรกิจเกษตร ขนส่ง ซ่อมอะไหล่ เอเจนซี่ และนำเข้าสินค้า ซึ่งผลกระทบดังกล่าว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อภาคธุรกิจ แบ่งเป็น 70% ของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 18% ดำเนินการปกติ 6% ลดขนาดธุรกิจ 4% เปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น และอีก 2% เลิกกิจการ
นอกจากนี้ หนึ่งตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ประเทศจีน มีการเติบโตสวนกระแสดังนี้ 1. การศึกษาออนไลน์ 2. ระบบทำงานออนไลน์ 3. ธุรกิจส่งสินค้าอุปโภคบริโภค 4. ธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรม 5G ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การแพทย์/ทำงานทางไกล และการรักษาความปลอดภัย และ 5. ซุปเปอร์แอปฯ อย่าง วีแชท (WeChat) บริการหลากหลายที่จบในแพลตฟอร์มเดียว อย่างไรก็ตาม จากวิกฤตดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก เกิดพฤติกรรมของผู้บริโภค "4 NO" อันนำไปสู่การตลาดที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป (Never Normal Marketing) ได้แก่ หลีกเลี่ยงการสัมผัส (No Touching) ออกจากบ้านลดลงและซื้อสินค้าออนไลน์ (No Moving) ทำกิจกรรมร่วมกันน้อยลง (No Sharing) และ ลดค่านิยมการใช้สินค้าฟุ่มเฟือย (No Brand) ดร.บุญยิ่ง กล่าวทิ้งท้าย