ผมเชื่อว่าเด็กๆที่ไม่เคยมีโอกาสไปเรียนต่างประเทศคงไม่มีโอกาสสัมผัสเรื่องราวความภูมิใจที่ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครแน่นอน
ตอนตัวผมเองมาเรียนที่ออสเตรเลียใหม่ๆตอนเรียนภาษาอังกฤษต้องเจอกับนักเรียนจากประเทศต่างๆทั่วโลกมีอยู่วันหนึ่งพวกเราสนทนากันถึงเรื่องราวของประเทศของเพื่อนร่วมชั้นเรียนแต่ละคน
มีเด็กคนหนึ่งบอกว่าประเทศเขาพูดภาษาสเปนอีกคนบอกว่าประเทศเขาพูดโปรตุเกสอีกคนบอกว่าประเทศเขาพูดฝรั่งเศสฯ
แล้วมีอีกคนถามผมว่าแล้วประเทศยูพูดภาษาอะไร?
ผมตอบว่าภาษาไทย
เพื่อนต่างชาติอีกคนถามต่อว่า
ไม่ใช่ฉันไม่ได้หมายถึงภาษาของชนชาติแต่เป็นอีกภาษาภาษาของประเทศเจ้าอาณานิคมของประเทศยูนะ
ผมตอบว่า...
ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของในฝรั่งชาติใดเลย
ที่นี่คนที่นั่งอยู่รอบข้างทั้งหมดหันมาที่ผมและพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า
อะไรนะ!
ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมฝรั่งชาติใดเลย!
ล้อเล่นรึป่าว
ผมตอบสั้นๆว่า...ใช่...ไม่เคย
มีอีกคนหนึ่งพูดว่า...
เป็นไปได้ยังไง!
ถ้ายูมาจากญี่ปุ่นฉันจะไม่แปลกใจเลย
แต่ประเทศไทย!!!
ไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจที่พัฒนาแล้วนิ
แล้วประเทศยูรอดมาได้ยังไง
แหม...เข้าทาง
ถ้าถามผมเรื่องอื่นผมอาจตอบไม่ได้
แต่ถามเรื่องประวัติศาสตร์...ตอบได้ยาวเลย
ผมเล่ายาวนะแต่สรุปสั้นๆว่า
เรารอดจากการเป็นอาณานิคมมาได้เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักและมีพระปรีชาสามารถมาก
เพื่อนต่างชาติอึ้งทึ้งพร้อมใจกันยกย่องว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดานะที่รอดมาได้ต้องเก่งและทำงานหนักสุดๆจริงๆ
และความเข้าใจเดิมๆของเขาคือเกือบทั้งโลกเคยตกเป็นอาณานิคมมาแล้วทั้งสิ้นจะยกเว้นก็เฉพาะประเทศอย่างจีนญี่ปุ่นเท่านั้น
วันนั้นผมแบกความภาคภูมิใจกลับบ้านด้วยหัวใจพองโตอย่างที่ไม่เคยคิดว่าการที่เราไม่เคยตกเป็นอาณานิคมเป็นเรื่องที่ทำให้เพื่อนต่างชาติทั้งอึ้งและทึ้งและมันน่าภาคภูมิใจได้ขนาดนี้