ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังน้ำเขียว ได้ตั้งด่านตรวจและอำนวยความสะดวกการจราจร บนถนนสาย 304 มุ่งหน้าเข้าจังหวัดนครราชสีมา ได้มีนางสาวธัญสุดา พิมพ์อินทร์ นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวังน้ำเขียว ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านด่านตรวจมาโดยไม่สวมหมวกนิรภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย ร.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ถ่อนกิ่ง และ ร.ต.อ.ธีรภัทร สีกุดเวียน รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.วังน้ำเขียว จึงเรียกนักเรียนคนดังกล่าวเข้ามาสอบปากคำเพื่อจะเปรียบเทียบปรับ
จากการพูดคุยพบว่า ทางบ้านของนางสาวธัญสุดา พิมพ์อินทร์ มีฐานะค่อนข้างขัดสน พ่อรับจ้างก่อสร้าง แม่ปลูกผักขาย มีหมวกนิรภัยใบเดียว ซึ่งแม่ต้องเอาไว้ใช้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตักเตือนและอบรมเรื่องกฎหมาย กฎจราจร พร้อมกับมอบหมวกนิรภัยให้กับนางสาวธัญสุดาฯ จำนวน 2 ใบ สำหรับนำไปให้แม่หรือพ่อใช้ ทดแทนใบเก่าที่เริ่มชำรุด
ซึ่งนางสาวธัญสุดาฯ ได้กราบขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะเปิดเผยว่า ได้รับความเมตตาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ได้อบรมตักเตือนโดยยังไม่เปรียบเทียบปรับ และยังได้มอบหมวกนิรภัยไว้ให้ใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งหากต้องถูกเปรียบเทียบปรับ จะต้องเดือดร้อนแน่ ๆ เพราะแต่ละวันครอบครัวต้องหาเช้ากินค่ำ มีรายได้จำกัด แทบจะไม่พอใช้จ่าย ต่อไปตนจะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ขับขี่สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ยืนยันว่าจะไม่ทำผิดกฎหมายอีก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นับเป็นเรื่องดี ๆ ที่ตำรวจไทยใส่ใจพี่น้องประชาชน ไม่ได้บังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว