เนชั่นทีวี

ข่าว

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19

22 ก.ย. 2563 | somyod_san

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) ด้าน อ.สังขละบุรี-พญาตองซู 14 วัน ป้องโควิด-19 ใครฝืน นำเข้า-ส่งออก ลักลอบเข้าเมือง เจอโทษหนัก

22 ก.ย.63 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีประกาศคำสั่งจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 3719/2563 เรื่องการระงับใช้ช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ ณจุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว)ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

เนื่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด - 19)(ศบค.)ได้รายงานข้อมูลผู้ติดเชื้อในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่าเกิดการระบาดระลอกที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 16สิงหาด 2563 จำนวน 580 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ที่รัฐยะไข่ที่เมืองซิตตเวซึ่งเป็นเมืองเอก ทั้งนี้ รัฐยะไข่ กำลังเป็นพื้นที่วิกฤตที่สุดจำนวนผู้ป่วยสะสมในพื้นที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องส่งผลให้รัฐบาลสั่งล็อกดาวน์เมืองซิตตเวอย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่วันที่ 20 สิหาคม2563 ที่ผ่านมา


พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19


พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD -19) ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อชายแดนของสาธารณรัฐแห่สหภาพมียนมา และมีช่องทางผ่านแดนที่เป็นช่องทางธรรมชาติ

จังหวัดกาญจนบุรีจึงมีคำสั่ง ดังนี้

1. ระงับการใช้ช่องทางสำหรับการนำเข้า-ส่งออกขนส่งสินค้าและสินค้าผ่านแดน และห้ามเคลื่อนย้ายบุคคล รวมถึงผู้ป่วยเข้ามาทุกกรณี ณ จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และซ่องทางผ่านแดนที่เป็นช่องทางธรรมชาติโดยให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่โดยเข้มงวด

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19

พ่อเมืองกาญจน์ ประกาศปิดชายแดน ป้องกันโควิด-19


2. เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรค 2 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ทั้งนี้ ผู้ใดฝาฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ โดยไม่มีเหตุอันสมควรจะมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2563 จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม2563 สั่ง ณ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563

ข่าวล่าสุด