(22 กันยายน 2563)นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึง นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหาร นิตยสารฟ้าเดียวกัน ซึ่งเป็นลูกน้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ได้โพสต์กล่าวหากรณีตนสนับสนุน 3 ข้อ ของเยาวชนปลดแอก แต่ไม่เอา 10 ข้อ ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม จึงเป็นเหตุให้ไม่ต้องติดคุกในคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2550
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยืนยันสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องมาเป็นเดือนแล้ว เพราะเห็นว่าการให้เลิกคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา มีความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว และเป็นเสรีภาพของตนที่จะสนับสนุนอะไร แนวทางไหนตามความเชื่อของตัวเอง
ส่วนคดีการชุมนุมบ้านสี่เสาเทเวศร์นั้น ซึ่งต้องการไปสอบถาม พล.อ.เปรม มีส่วนรู้เห็นด้วยกับการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 หรือไม่ แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ขณะเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งฟ้องผู้ต้องหา 15 คน จากนั้นอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งไม่ฟ้อง เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ตำรวจทำความเห็นแย้ง กระทั่งนายชัยเกษม นิติศิริ อัยการสูงสุดขณะนั้น เป็นผู้ชี้ขาด และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา
"จำเลยทั้ง 15 คนไม่มีใครร้องขอ ว่าใครจะอยู่สำนวนแรกหรือสำนวนสอง แต่เป็นเรื่องของอัยการแยกฟ้องกันไปก่อน 7 คน แล้วพิจารณากันมาเรื่อยๆ พวกผมยังไม่ถูกฟ้อง ก็รอกันตามปกติ กระทั่งหลังการยึดอำนาจปี 2557 อัยการจึงฟ้องผมกับน้องอีกคนหนึ่ง" นายจตุพร กล่าวและว่า จากนั้นเมื่อสำนวนฟ้องถึงศาล และศาลพิจารณาให้รอหลังพิจารณาสำนวนแรกเสร็จ จึงพิจารณาสำนวนสอง
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าจำเลยทั้ง 15 คนไม่ได้ร้องขอไม่ให้ดำเนินคดีกับใคร แต่อัยการกลับฟ้องเพิ่มอีกแค่ 2 คน คือ ตนกับน้องอีกคน เมื่อรวมกับสำนวนแร กจำเลย 7 คน รวมเป็น 9 คน ในข้อหาชุมนุมเกิน 10 คน แล้วคนที่เหลือแปลความว่า จะฟ้องหรือไม่ฟ้องอย่างไร ซึ่งตนก็ถามในศาลเมื่อวานนี้ (21ก.ย.)
"การที่นายธนาพล ว่าผมเห็นด้วย 3 ข้อ ไม่เห็นด้วย 10 ข้อ จึงทำให้ผมไม่ติดคุกนั้น เป็นการกล่าวหาที่เลวชาติอย่างยิ่ง เพราะผมยังเป็นจำเลยอยู่ในการพิจารณาของศาล แล้วยังคิดหรือว่าผมจะรอด ซึ่งคนในขบวนการรู้ว่าไม่รอดอยู่แล้ว แต่นายธนาพล แสดงความโง่อันน่าทุเรศมาหาเรื่องใส่ร้าย" นายจตุพร กล่าว
นอกจากนี้ ในการต่อสู้ทางการเมือง ตนยังเป็นตัวของตัวเอง ต้องพูดความจริง ไม่กลัวคนอื่นด่าหรือทัวร์ลง เพราะจะทำให้คนที่ห่วงใยไม่ได้ความจริงอะไรเลย ดังนั้น จึงกล้าพูดในสิ่งที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ และปัญหาขณะนี้ประชาชนมีความเดือดร้อน ต้องการเปลี่ยนแปลง จึงสนับสนุนแนวทางข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 2 จุดยืน 1 ความฝันของกลุ่มเยาวชนและประชาชนปลดแอก