สำนักงานอัยการสูงสุด เป็น 1 ใน 5 หน่วยงานที่สำนักงาน ป.ป.ท. ส่งผลการตรวจสอบของคณะกรรมการชุด อาจารย์วิชา มหาคุณ ไปให้ ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ หรือ ประธาน ก.อ. เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ยอมรับว่าได้รับเอกสารทั้งหมดแล้ว และนายอรรถพลยืนยันว่า หากหลักฐานพาดพิงไปถึงใคร ก็จะดำเนินการสอบสวนทั้งหมด
โดยทีมข่าว "เนชั่นทีวี" ได้ตรวจสอบพบว่าตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่มีข่าวอัยการ สั่งไม่ฟ้องคดีนายบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต จนเกิดวลี "บอสรอดทุกข้อหา" การดำเนินการในฝั่งอัยการในการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด มีความคืบหน้าน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบันผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนแล้ว 2 ราย แต่ก็ยังไม่ได้ถูกตั้งกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด
1.นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ที่ออกคำสั่งไม่ฟ้องนายบอส จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจ ว่าชอบด้วยกฎหมายจริงหรือไม่ รวมถึงยังไม่มีการสอบสวนทางวินัย มีเพียงคณะกรรมการ 7 อรหันต์ ที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้นมาตรวจสอบกระบวนการสั่งไม่ฟ้องคดีในช่วงแรก หลังมีข่าวครึกโครม ที่ยืนยันว่ากระบวนการ ตั้งแต่การร้องขอความเป็นธรรม จนถึงที่นายเนตร มีคำสั่งไม่ฟ้องคดี เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
นอกจากนั้น นายเนตร ยังเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส สำนักงานคดีอาญาพระโขนง ซึ่งไม่ใช่เพราะถูกเด้ง แต่เป็นเพราะอายุครบเกษียณ 65 ปี ไม่สามารถดำรงตำแหน่งบริหารได้ ต้องไปเป็นอัยการอาวุโส ส่วนใบลาออกของนายเนตร ที่ยื่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่มีการลงนามจากอัยการสูงสุด
2.อัยการ ช.ช้าง ที่มีเสียงในเทปลับว่า มีบทบาทเป็นผู้เจรจาคล้ายๆ "นายหน้า" ของเรื่องนี้ ในวงประชุมเปลี่ยนแปลงความเร็วรถของนายบอส ที่ห้องทำงานของ พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก สมัยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ซึ่งมีอดีตตำรวจระดับสูง และเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน โดยเฉพาะ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ที่ทำหน้าที่ตรวจความเร็วรถนายบอส เข้าร่วมประชุมด้วยนอกจากนี้ มีการพูดชี้นำเพื่อให้กำหนดอัตราความเร็วใหม่ อยู่ที่ 79.68 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อไม่ให้ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะได้ไม่เกินอัตรากฎหมายกำหนด เพื่อเปิดช่องให้อัยการที่รับผิดชอบสำนวนคดี สั่งไม่ฟ้องคดีได้อย่างสบายใจ โดยอัยการ ช.ช้าง ก็ยังไม่ถูกตั้งกรรมการสอบแต่อย่างใด