"เพนกวิน" เตรียมแจกไฟล์หมุดทองเหลือง
21 ก.ย. 2563 | jiradej

"เพนกวิน" เตรียมแจกไฟล์หมุดคณะราษฎร เผยจดหมายเปิดผนึก ที่ยื่นข้อร้องเรียน ไปไม่ถึงบุคคลที่ตั้งใจไว้ พร้อมชวนประชาชนร่วมแสดงพลังให้หยุดงานทั่วประเทศ 14 ต.ค.นี้
ข่าว
21 ก.ย. 2563 | jiradej

"เพนกวิน" เตรียมแจกไฟล์หมุดคณะราษฎร เผยจดหมายเปิดผนึก ที่ยื่นข้อร้องเรียน ไปไม่ถึงบุคคลที่ตั้งใจไว้ พร้อมชวนประชาชนร่วมแสดงพลังให้หยุดงานทั่วประเทศ 14 ต.ค.นี้
ช่วงเช้าวันที่ 21 กันยายน 2563 พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้มีการนัด นายอานนท์ นำภา ทนายจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ , นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) , นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ , นางสาวสุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำกลุ่มเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย มายังสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เพื่อส่งสำนวนต่ออัยการ กรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อ 20 กรกฏาคม 63 ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง
ขณะที่แกนนำเดินทางมา "เพนกวิน พริษฐ์" ได้พูดคุยกับทนายอานนท์ว่า "ของเราหายแล้ว นะ" จากนั้น นายพริษฐ์ ได้เปิดเผยถึงกรณีหมุดคณะราษฏร 2563 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ถอนออกไปจากสนามหลวงในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาว่า ไม่แปลกใจ แต่เชื่อว่าสำหรับหมุดคณะราษฏร 2563 มันได้ถูกปักลงกลางใจกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคน และต่อจากนี้จะทำการจะมีการแจกไฟล์แบบ หมุดคณะราษฏร 2563 เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุม นำไปหล่อ และไปปักตามที่ต่างๆ ที่อยากปักซึ่ง ส่วนตัวต่อจากนี้ อาจจะมีการนำหมุดไปปักตามจุดสำคัญต่างๆทั่วกรุง
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับหนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไป เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไปไม่ถึงมือคนที่ตนเองตั้งใจไว้ แต่ทางแกนนำ ได้อ่านคำเรียกร้องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ถึงเจตนารมและข้อเรียกร้องแล้ว โดยหนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไปไม่ได้มีการกำหนด ระยะเวลาของคำตอบที่ได้แต่เชื่อว่าจากข้อเรียกร้องทั้งหมดในส่วนประเด็นการถอดถอนนายกรัฐมนตรีน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดเพราะขณะนี้นายกรัฐมนตรีขาดเสถียรภาพทางการเมือง ตนเองมองว่าถูกทอดทิ้งทางการเมืองพอสมควร ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีจะลาออกก็ควรนำคนที่รับใช้ทั้งหมดออกไปด้วย
สำหรับการชุมนุมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กันยายนนั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า ทราบว่าเป็นของกลุ่มประชาชนปลดแอกซึ่งส่วนตัวไม่ทราบเวลาแต่ทราบว่าสาเหตุที่ต้องมีการชุมนุมในวันดังกล่าวเพราะทางรัฐสภามีการพิจารณาญัตติการ แก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งต้องมีการแสดงพลังให้เห็นว่ามวลชนมีความตั้งใจที่ต้องการให้เกิดการแก้ไขและป้องกันการเพิกเฉย หรือทำให้ ญัตติตกลงไป
"ในวันที่ 14 ตุลาคมอยากขอเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้หยุดงานเพื่อแสดงพลังให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของทางรัฐบาลซึ่งการหยุดงานจะหยุดงานเพื่ออยู่บ้านเฉยๆ หรือจะออกไปเที่ยวก็ได้ทั้งหมดส่วนทางแกนนำจะมีการจัดกิจกรรมให้มวลชนเข้ามาร่วมหรือไม่ ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยหารือร่วมกันระหว่างแกนนำซึ่งจะมีความชัดเจนต่อไป" นายพริษฐ์ ระบุ
สำหรับประเด็นการที่มีหน่วยงานของรัฐ เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มแกนนำ เรื่องของการบุกรุกโบราณสถานนั้น นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า ส่วนตัวแล้วมองว่า สนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชนคนไทยสามารถใช้ได้อย่างเสรีตั้งแต่อดีตทั้งการเล่นหรือการพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการชุมนุมที่แสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมืองในอดีตที่ผ่านมาก็หลายครั้งแต่มาในรัฐบาลนี้กลับพยายามยึดสนามหลวงให้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวและปิดกั้นการเข้าถึงของประชาชนอีกทั้งพื้นปูนที่ทางกลุ่มแกนนำเจาะเพื่อฝังหมุดคณะราษฎร์ก็ไม่ได้มองว่าเป็นโบราณสถาณ หรือโบราณวัตถุ เพราะปูนเพิ่งเทมาเพียงสามปี
ขณะที่ทางกลุ่มแกนนำกลับมองว่าตัวหมุดคณะราษฎร์ 2563 น่าจะเป็นศิลปะวัตถุที่ทางกรมศิลปากรควรจะต้องเข้ามาดูแลรักษามากกว่าการดำเนินคดีกับพวกตนเพราะถือเป็นศิลปะวัตถุที่จะมีผลทางประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย ต่อไปในอนาคตเพราะเป็นหมุดที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ ขณะที่ในส่วนของการส่งสำนวนต่ออัยการในครั้งนี้ของทางพนักงานสอบสวน สน. นางเลิ้งเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการยื่นคัดค้านการประกันตัวใดใดเนื่องจากโทษและข้อหาที่มีการแจ้งต่อกลุ่มแกนนำไม่ได้มีอัตราโทษสูง