พลเอกฉัตรชัยกล่าวว่าที่ผ่านมาSmart Farmerมีหลายหน่วยงานทุกระดับดำเนินการแต่ทุกหน่วยงานก็ใช้ภารกิจของตนเองเป็นหลักจึงทำให้กลายเป็นลักษณะต่างคนต่างทำส่งผลให้งบประมาณจำนวนมากกระจายกระจายเป็นเบี้ยหัวแตกที่สำคัญไม่มีแกนหลักในการรับผิดชอบและเป็นตัวตั้งดังนั้นจึงอยากเห็นแผนพัฒนาSmart Farmer
โดยเริ่มจาก
1.การค้นหา
2.สร้างขึ้น
3.หล่อเลี้ยง
4.สนับสนุน
5.ส่งเสริม
และ6.ยั่งยืน
โดยบูรณาการทุกภาคส่วนมาร่วมกันเพื่อจัดทำแผนพัฒนาSmart Farmerให้เกิดขึ้นให้ได้ทั้งนี้พลเอกฉัตรชัยยังกล่าวด้วยว่าในช่วง2-3ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ริเริ่มให้มีSmart Farmerขึ้นมาก็รู้สึกไม่ผิดหวังแม้จะสามารถสร้างเกษตรกรมาเป็นSmart Farmerไม่ได้มากแต่ที่มีอยู่ก็มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะYoung Smart Farmerที่เป็นคนรุ่นใหม่คิดใหม่ทำใหม่และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ประเทศไทยมีความหวังมากขึ้นหากมีการขยายออกไปก็เชื่อว่าจะมีการพัฒนาด้านการเกษตรให้ก้าวหน้าต่อไปได้ในอนาคตแต่ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าแผนงานSmart Farmerควรมี
1.แผนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
2.กฎระเบียบต่างๆต้องเอื้ออำนวยไม่เป็นอุปสรรค
3.การสร้างSmart Farmerต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน
4.การพัฒนาต้องครบวงจรมีมาตรฐานและมีการวิจัยสนับสนุน
และ5.ต้องมีเจ้าภาพในการบูรณาการอย่างแท้จริงดังนั้นก็คาดหวังว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นการบูรณาการที่เดิมเป็นเพียงกระดาษให้สามารถตอบสนองได้อย่างแท้จริง