นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น โครงการคนละครึ่ง การเพิ่มเงินบัตรคนจน และการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่า เป็นมาตรการที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอที่จะตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งส่วนตัวมองว่ารัฐบาลควรจะต้องออกมาตรการเพิ่มเติม และเร่งเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกับทบจากโควิด-19 อาทิ การยืดชำระหนี้เงินกู้ sme ออกไปอีก 2 ปี รวมถึงมาตรการช่วยเหลือด้านภาษี ส่วนมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มองว่า จุดเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นตัวเลขด้านการท่องเที่ยว ซึ่งประเมินว่าจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนเข้ามาไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน
ส่วนการชุมนุม 19 ก.ย. ยอมรับว่ามีความกังวล หากสถานการณ์บานปลาย แต่หากรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบความเชื่อมั่นของเอกชน แม้ว่าจะมีจำนวนคนเยอะ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพยายามหาทางเจรจากับผู้ชุมนุมโดยละมุนละม่อมมากที่สุดเพื่อหาทางออกร่วมกันนายสุพันธุ์ ยังเปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคม 2563 พบว่าอยู่ที่ระดับ 84.0 ถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชน ได้ร่วมมือกัน ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศสามารถดำเนินการตามปกติ ขึ้น โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลดีต่อค่าดัชนีฯ ได้แก่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล อาหาร และสินค้าวัสดุก่อสร้าง