ทั้งนี้ ทางฝ่ายไทยเสนอให้มีการลำเลียงสินค้ามาส่งที่ด่านพรมแดนเท่านั้นไม่ให้ออกจากพื้นที่ด่านศุลกากร ซึ่งทางเมียนมาเองได้ชี้แจงว่าหากเป็นเช่นนั้นทางเมียนมาขอให้ทางฝ่ายไทยขนส่งสินค้าในบริเวณพื้นที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เท่านั้นโดยไม่ให้ออกนอกพื้นที่เช่นกันทำให้นายซาน เมี่ย ซอ นายอำเภอท่าขี้เหล็ก ได้หยิบยกข้อตกลงระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-เมียนมา ที่ระบุว่าหากการหารือระหว่างประเทศตกลงกันไม่ได้ทางการเมียนมา อนุญาตให้ส่วนท้องถิ่นสามารถปิดด่านพรมแดนได้ทันที ซึ่งกรณีนี้หากไม่สามารถใช้มาตรการเดียวกันเขาจะแจ้งให้มีการปิดด่านพรมแดนตรงสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ฝั่งประเทศเมียนมาได้เลย ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงจะนำข้อหารือไปแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละฝ่ายเพื่อจะกลับไปหารือสำหรับหาข้อตกลงกันอีกครั้ง
ล่าสุดนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มีคำสั่งออกมา ณ วันที่ 15 กันยายน 2563 โดยมีเนื้อหา โดยอาศัยอำนาจตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 (ฉบับที่ 12) ข้อ 1 ประกอบมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยมีเนื้อหาว่า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายในการประชุม ครั้งที่ 3/2523 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 จึงกำหนดให้ยานพาหนะประเภทรถสัญชาติเมียนมา สามารถเข้ามารับสินค้าภายในเขตอำเภอแม่สายได้ โดยความเห็นชอบของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอแม่สาย (ศปก.อ.แม่สาย)
และให้ดำเนินการตามมาตรการ คือ ให้ยานพาหนะประเภทรถตู้ สามารถเข้ามารับสินค้า ภายในเขตอำเภอแม่สาย ใน 5 วันจำกัดจำนวนไม่เกิน 168 คัน ตามที่เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 21 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 โดยให้กำหนดช่วงเวลาและจำนวนยานพาหนะดังกล่าวให้เหมาะสมและสามารถควบคุมได้ อนุญาตให้ผู้ควบคุมยานพาหนะประเภทรถตู้และผู้ติดตามจำนวนไม่เกิน 1 คน ที่เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถควบคุมยานพาหนะมาถึงที่ด่านศุลกากรแม่สาย (สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2) เท่านั้น และให้ผลัดเปลี่ยนผู้ควบคุมยานพาหนะเป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมาแต่มีถิ่นที่อยู่และพำนักในประเทศไทย โดยมิได้เดินทางกลับประเทศเมียนมา เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะแทนเพื่อขับยานพาหนะเข้ามารับสินค้าตามจุดจอดรับสินค้า ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอแม่สาย(ศปก.อ.แม่สาย) กำหนด ในเขตอำเภอแม่สาย