เนชั่นทีวี

ข่าว

ล่าสองแถวสาย "นาเกลือ-สัตหีบ" โกงเงินทอนนักเรียน

15 ก.ย. 2563 | jiradej

ล่าสองแถวสาย "นาเกลือ-สัตหีบ" โกงเงินทอนนักเรียน

ตำรวจเร่งไล่ล่าคนขับรถสองแถว "สายนาเกลือ-สัตหีบ" โกงเงินค่าโดยสารเด็กนักเรียน วัย 15 ปี เผยสอบพยานไปแล้วหลายปาก และผู้ก่อเหตุอาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการอย่าฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบประชาชน

จากกรณีคนขับรถสองแถวโกงเงินทอนเด็กนักเรียน จนทำให้นักเรียนรายนี้ เกิดอาการเครียด และพยายามคิดสั้นด้วยการจะกระโดดสะพานลอย เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งต่อมาสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการระบุว่า "สั่งล่าคนขับรถสองแถวใจดำ โกงเงินนักเรียน จนทำให้นักเรียนคิดสั้น" ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า เรื่องนี้ได้รับรายงานจาก สภ.สัตหีบ เป็นที่เรียบแล้ว และทราบว่า ในวันที่ 14 ก.ย.63 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ ได้รับเเจ้งเหตุมีเด็กนักเรียนจะกระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เมื่อไปตรวจสอบพบเป็นเด็กชาย อายุ 15 ปี จากการสอบปากคำในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนักเรียนรายนี้ ได้นั่งรถสองแถวรับจ้างจากพัทยามาลงหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ โดยได้จ่ายเงินค่าโดยสารรถเป็นจำนวนเงิน 100 บาท แต่คนขับรถไม่ยอมทอนเงินให้ เป็นเหตุทำให้นักเรียนรายนี้เกิดอาการเครียด และคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งในขณะนี้ผู้ปกครองได้มารับตัวกลับไปอยู่ในความดูแลอย่างไกล้ชิดต่อไปแล้วทั้งนี้ พนักงานสอบสวนฯ ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานไปแล้วจำนวนหลายปากอีก ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กำลังอยู่ในระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามผู้ขับรถคันดังกล่าวมาสอบปากคำในส่วนที่เกี่ยวข้อง หากตรวจสอบแล้วพบว่า มีพฤติการณ์เจตนาที่นำเงินดังกล่าวไปจากเด็กชายคนดังกล่าวจริง ในเบื้องต้นอาจจะเข้าความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ ตาม ป.อ.มาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดอื่น หากตรวจสอบแล้วพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป


รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับไปยัง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับในจังหวัดชลบุรี ให้ไปกำกับดูแลและกวดขันเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ และ ให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมกำชับให้ ติดตามผู้ขับรถคันดังกล่าวมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป อีกทั้งขอฝากไปยังผู้ประกอบการต่างๆ อย่าเอารัดเอาเปรียบ หรือโฉบฉวย ซ้ำเติมความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจนำพามาซึ่งความสูญเสียแบบคาดไม่ถึงได้อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ปัญญา ดำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ ได้เรียกพี่ชายของเด็กชายรายนี้มาสอบถามข้อมูล เบื้องต้นทราบว่า พ่อแม่ได้แยกทางกันไปนานแล้ว และเดิมทีน้องนักเรียนคนนี้ จะพักอาศัยอยู่กับพี่ชายที่สัตหีบ ต่อมาภายหลังได้ขอไปพักอาศัยอยู่กับป้าเมืองพัทยา โดยครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย พี่ชายทำงานรับจ้างรายวัน แล้วก็จะส่งเงินให้น้องไปโรงเรียน พ่อและแม่ก็จะโอนเงินมาให้น้องไปเรียนบ้างตามกำลังที่จะส่งให้ไหวนอกจากนี้ ยังทราบจากพี่ชายด้วยว่า น้องนักเรียน มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และมีความเครียดสะสม จากปัญหาครอบครัว แถมยังมาถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนขับรถโดยสารสองแถว ที่ ไม่ยอมทอนเงินให้ ซึ่งเงินดังกล่าวน้องนักเรียน ก็จะนำไว้ใช้จ่ายกินข้าวกลางวัน และกลับบ้านพักที่พัทยา ทำให้เกิดความเครียด และน้อยใจกับสิ่งที่เกิดกับตัวเอง จึงได้คิดสั้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และคิดจะฆ่าตัวตาย ซึ่งตอนนี้น้องนักเรียนคนนี้ปลอดภัยแล้ว โดยป้าได้มารับตัวที่โรงพยาบาล และนำไปดูแลที่บ้านพักที่พัทยา

พ.ต.อ.ปัญญา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนฯ ออกติดตามคนขับรถสองแถวรายนี้มาสอบสวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยได้สั่งการให้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลคนขับรถสองแถวในช่วงเวลานั้น มาให้น้องยืนยันว่าเป็นใคร เพื่อจะได้เรียกตัวมาสอบปากคำต่อไป นอกจากนี้ นายอนุชา อินทรศร นายอำเภอสัตหีบ ยังได้ประสานงานไปยัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่ฯ เข้าไปดูแลทั้งในเรื่องสุขภาพ และความเป็นอยู่ของน้องนักเรียนรายนี้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด