โดยการแจ้งรายละเอียดดังกล่าว เพื่อให้ผู้ซื้อเอกสารฯ ทุกรายได้เตรียมข้อมูล และเอกสารที่จะมายื่นข้อเสนอได้อย่างถูกต้อง และครบถ้วน เนื่องจากมีการปรับหลักเกณฑ์การพิจารณา โดยกำหนดให้นำคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคมาเป็นเกณฑ์ประเมินร่วมกับข้อเสนอด้านการเงิน และผลตอบแทนในสัดส่วน 30:70 จากเดิมที่ รฟม.พิจารณาเฉพาะในส่วนของข้อเสนอด้านการเงินเป็นหลักโดยขยายเวลาการยื่นซองออกไปจากเดิมอีก 45 วัน
โดยยืนยันว่าการปรับปรุงหลักเกณฑ์เป็นไปตามมติของคณะกรรมการตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562และการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นสิทธิที่คณะกรรมการตามมาตรา 36 สามารถทำได้และยังไม่มีผู้ซื้อเอกสารฯ รายใดโต้แย้งกลับมา
ส่วนกรณีที่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอสซี ทำหนังสือคัดค้านการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวมายัง รฟม.ขณะนี้คณะกรรมการมาตรา 36 อยู่ระหว่างหารือกับฝ่ายกฎหมายว่าตาม
ระเบียบแล้ว รฟม.ต้องทำหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อการดำเนินการในอนาคตหรือไม่
แต่ที่ผ่านมาเคยแจ้งอย่างไม่เป็นทางการกับบีทีเอสซีไปแล้วว่า การปรับปรุงดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบ และประกาศของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รวมทั้งเป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรา 36 พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมการมาตรา 36 และ รฟม. ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดเป็นพิเศษ และข้อเสนอด้านการเงินยังเป็นสัดส่วนหลักของการตัดสินผู้ชนะ