ในบรรดาสมรภูมิที่มีการชิงชัยกันอย่างดุเดือดที่สุด รัฐฟลอริดามีส่วนแบ่งของคณะผู้เลือกตั้ง ที่จำเป็นต้องได้สำหรับการจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ให้ชิงกันมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ได้ใช้เงินไปแล้วถึง 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อพยายามเอาชนะไบเดน สำหรับการเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ แต่หลังจากที่ทุ่มเงินไปอย่างหนัก เสียงตอบรับที่ได้กลับมาไม่ดีเอาเสียเลย เขาจึงขอถอนตัว
หลังจากล้มเหลวจากการถูกเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต บลูมเบิร์กก็หันมาให้การรับรองอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็แย้มว่าเขาอาจจะใช้จ่ายเงินของตัวเองในการทุ่มหาเสียงที่รัฐนี้ ก่อนที่จะมีการเปิดให้ลงคะแนนเสียงล่วงหน้าผ่านทางไปรษณีย์ในวันที่ 24 กันยายนนี้
ผู้สมัครทั้งสองพรรค ต่างก็มีความกระตือรือร้นที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อาจลงคะแนนก่อนกำหนดทางไปรษณีย์ และเรื่องนี้เป็นตัวกำหนดแนวทางการหาเสียงในสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียง
คาดกันว่า การลงคะแนนเสียงล่วงหน้าทางไปรษณีย์ อาจจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเมื่อปี 2559 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา กดดันให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลีกเลี่ยงการมาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งเพราะเกรงว่าอาจจะติดเชื้อ
ฟลอริดามีจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง 29 เสียงจากทั้งหมด 270 เสียงที่จำเป็นต้องได้ สำหรับการเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง มีเพียงแคลิฟอร์เนีย และเท็กซัสเท่านั้นที่เสียงคณะผู้เลือกตั้งมากกว่านี้ แต่ทั้งสองรัฐถูกมองว่าเป็นของตายสำหรับพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันตามลำดับ แต่ในส่วนของฟลอริด้านั้นยังไม่แน่ เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ชนะที่ฟลอริดาในปี 2559 ขณะที่บารัค โอบามาจากพรรคเดโมแครตชนะที่นี่ในการเลือกตั้งปี 2555
เควิน ชีคีย์ ที่ปรึกษาของบลูมเบิร์กเปิดเผยว่าไมค์ บลูมเบิร์กมุ่งมั่นที่จะช่วยในการเอาชนะทรัมป์ และนั่นก็กำลังจะเกิดขึ้นรัฐที่มีการชิงกันดุเดือดในสมรภูมิรบ