รวบ 14 แรงงานลาวซุกรถตู้โดยสารหลบหนีเข้าเมือง
13 ก.ย. 2563 | kavintra_chi

ตำรวจรวบคนลาว 14 คน จ่ายค่าหัวรายละ 4,000 หวังนายหน้าพาหลบหนีกลับเข้าทำงานในไทยสุดท้ายไปไม่รอดเตรียมส่งกลับประเทศต้นทาง ด้านคนขับสารภาพได้ค่าจ้าง16,000
ข่าว
13 ก.ย. 2563 | kavintra_chi

ตำรวจรวบคนลาว 14 คน จ่ายค่าหัวรายละ 4,000 หวังนายหน้าพาหลบหนีกลับเข้าทำงานในไทยสุดท้ายไปไม่รอดเตรียมส่งกลับประเทศต้นทาง ด้านคนขับสารภาพได้ค่าจ้าง16,000
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 63 ร.ต.อ.ภาคิน ภูริธาดาวัฒน รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้รับคำสั่งจาก พ.ต.อ.ภัทรพล โพธิอะ ผกก.นำกำลังตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรและป้องการลักลอบสิ่งของผิดกฎหมายถนนเลี่ยงเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี พบรถตู้โตโยต้าสีขาว ทะเบียน 15-1493 กทม. รถประจำทางระหว่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง-รังสิต บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มรถ จึงเรียกขอตรวจค้นจากการสอบถามทราบชื่อคนขับ นายปฏิพล จันทเขต อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 บ้านโคกตระมุง หมู่ 10 ต.ตรำดม อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ มีผู้โดยสาร 14 คน ชาย 7 หญิง 7 คน ตรวจสอบเอกสารพบเป็นชาวลาวมาจากแขวงจำปาสัก สปป.ลาว โดยแรงงานลาวทั้งหมด เล่าว่า ได้ลักลอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงมาจากบ้านใหม่สิงสัมพัน เมืองชนะสมบูรณ์ เข้าประเทศไทยที่บ้านห้วยหมากใต้ อ.โขงเจียม ก่อนนายหน้านำรถมารับส่งต่อขึ้นรถนายปฏิพลที่มาจอดรับอีกทอดในปั้มน้ำมัน ปตท.อำเภอตาลสุม เพื่อเดินทางเข้าไปทำงานในกรุงเทพมหานคร โดยเสียค่าจ้างคนละ 4,000 บาท
ด้านนายปฏิพลอ้างว่า ได้รับการว่าจ้างจากคนรู้จักให้มารับแรงงานลาวทั้งหมดเดินทางเข้าไปทำงานในกรุงเทพมหานคร โดยให้นำรถมารอรับที่ปั้มน้ำมัน ปตท.แล้วนายหน้าจะนำตัวคนลาวมาส่งให้ โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 15,000-20,000 บาท กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับได้ หลังทำการจับกุมแรงงานชาวลาวทั้งหมด ได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายคนทั้งหมดพบมีอุณหภูมิปกติ ก่อนแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวเข้าไปไว้ในห้องควบคุมรอส่งต่อไปให้เจ้าหน้าที่ ตม.ไทย จัดทำทะเบียนประวัติ ก่อนส่งมอบให้ ตม.ลาวนำตัวไปกักกันตามข้อตกลง ส่วนนายปฏิพลถูกแจ้งข้อหาซ่อนเร้นหรือกระทำการใดๆให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
ด้านนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า หลังเริ่มพบมีแรงงานชาวลาวหลบหนีเข้าเมือง โดยผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ได้ให้กำลังผสมตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร และผู้นำชุมชนช่วยสอดส่องหาข่าวความเคลื่อนไหวของขบวนการ พร้อมตั้งด่านสกัดตามจุดต่างๆให้เข้มข้นกว่าปกติด้วย