กรณีนักเรียนโรงเรียนมัธยมชื่อดัง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เดินทางมาร้องทุกข์กับสมาคมนักข่าวจังหวัดนครพนม ถนนกลางเมือง ต.หนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ว่า ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นโทรศัพท์ ไอโฟน 11 จากราคาปกติ 23,000บาท แก๊งมิจฉาชีพโฆษณาชวนเชื่อขายในราคาถูกกว่าท้องตลาดคือ8,000บาท เด็กสาวหลงเชื่อจึงตกลงสั่งซื้อ โดยมิจฉาชีพอ้างบัญชีโอนเงินยังใช้ไม่ได้ เนื่องจากกำลังเปลี่ยนวงเงินอยู่ จึงรับโอนได้เฉพาะบัญชีทรูมันนี่วอลเล็ทเท่านั้น เหยื่อสาวจึงได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าทรูมันนี่วอลเล็ท
จากนั้นมิจฉาชีพทักแชทเหยื่ออ้างบัญชีธนาคารยังเปลี่ยนวงเงินไม่เรียบร้อย แต่ลูกค้าสะดวกโอนเงินเข้าบัญชี จึงขอให้หมายเลขบัญชีธนาคารของเด็กสาว เพื่อให้ลูกค้าโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ถ้าได้รับเงินให้น้องโอนต่อไปยังทรูมันนี่วอลเล็ท โดยให้ค่าโอนครั้งละ200-500บาท เหยื่อสาวยอมให้หมายเลขบัญชีธนาคารออมสิน สาขานครพนม กระทั่งวันที่27กรกฎาคม2563 มีผู้เสียหายเดินทางพบ พ.ต.ท.วีระชัย สมประสงค์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม โดยแจ้งว่าเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของนักเรียนคนดังกล่าว 5,500บาท เป็นเงินสั่งซื้อหูฟัง หลังโอนเสร็จไม่ได้รับสินค้า จึงเดินทางมาแจ้งความ พนักงานสอบสวนจึงเชิญตัวนักเรียนสาวมาพบกับคู่กรณีทั้งคู่ได้เจรจากันและทราบว่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพอีกรายหนึ่ง ทำให้นักเรียนสาวกู้ยืมเงินญาติๆมาจ่ายคืนแก่ผู้เสียหายพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาวันที่30กรกฎาคม2563 มีผู้เสียหายได้แจ้งความกับ ร.ต.อ.วรพรต ตาลแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สน.สามเสน กรณีสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ โทรศัพท์มือถือไอโฟน11 ผ่านช่องทางอินตราแกรมในราคา14,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีนักเรียนคนดังกล่าว หลังจากโอนเงินเรียบร้อยไม่สามารถติดต่อผู้ใช้บัญชีอินสตราแกรมได้อีก จึงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และล่าสุดนักเรียนหญิงถูกหมายเรียกจาก สภ.อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ให้ไปพบพนักงานสอบสวน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จากการตรวจสอบในฐานข้อมูลพบว่า มิจฉาชีพแก๊งนี้เข้าร่วมบัญชีทรูมันนี่วอลเล็ท ตั้งแต่ปี2557เปลี่ยนชื่อหลอกเหยื่อมาแล้ว 73 ครั้ง ขณะนี้ยังหลอกเหยื่อโฆษณาขายไอโฟน11อยู่ในกลุ่มไลน์