เม็กซิโกขาดแคลนใบมรณบัตรหลังยอดเหยื่อโควิด-19 พุ่ง
07 ก.ย. 2563 | nattaphon_jan

เม็กซิโกเริ่มขาดแคลนใบมรณบัตรในบางพื้นที่ หลังยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลต้องสั่งพิมพ์ใบมรณบัตรเพิ่มอีก 1.1 ล้านใบ
ข่าว
07 ก.ย. 2563 | nattaphon_jan

เม็กซิโกเริ่มขาดแคลนใบมรณบัตรในบางพื้นที่ หลังยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลต้องสั่งพิมพ์ใบมรณบัตรเพิ่มอีก 1.1 ล้านใบ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย, รัฐเม็กซิโก และกรุงเม็กซิโกซิตี้ประสบปัญหาขาดแคลนใบมรณบัตรตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลสั่งพิมพ์ใบมรณบัตรเพิ่มอีก 1.1 ล้านใบและแจกจ่ายไปยังพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
ปัจจุบันเม็กซิโกเป็นชาติที่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 มากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากสหรัฐ บราซิล และอินเดีย และขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 634,023 คน และผู้เสียชีวิตสะสม 67,588 ราย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มขึ้นในอัตราคงที่และยังไม่มีแนวโน้มลดลง ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงกว่าตัวเลขที่ทางการยืนยันถึง 3 เท่า
สื่อรายงานว่า งานศพหลายรายถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากไม่มีใบมรณบัตร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรัฐเม็กซิโกได้รับการติดต่อจากแพทย์แทบทุกวันขอให้จัดหาใบมรณบัตรเพิ่ม ขณะที่ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ บางครอบครัวต้องเก็บศพญาติไว้ในบ้าน 4-5 วันระหว่างตระเวนไปทั่วเมืองเพื่อเสาะหาแพทย์ที่สามารถออกใบมรณบัตรให้ได้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐเม็กซิโก เปิดเผยด้วยว่า นอกจากการระบาดของโรคโควิด-19 ระบบราชการมีส่วนทำให้เกิดขาดแคลนใบมรณบัตร เพราะในปีนี้หน่วยงานจากรัฐบาลกลางยังไม่ได้จัดส่งใบมรณบัตรให้แม้ร้องขอไป 50,000 ใบ ทำให้ต้องใช้ใบมรณบัตรที่เหลือจากปีก่อนๆ และขอยืมจากรัฐใกล้เคียงด้วย
การขาดแคลนใบมรณบัตรยังทำให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากแพทย์บางคน โดยปกติแล้วกฎหมายกำหนดว่าการออกใบมรณบัตรไม่คิดค่าธรรมเนียม แต่แพทย์บางคนคิดเงิน 200-400 ดอลลาร์สำหรับการออกตรวจที่บ้านและออกใบมรณบัตร
นอกจากนี้การขาดแคลนใบมรณบัตรยังสะท้อนว่า ยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ที่แท้จริงในเม็กซิโกอาจสูงกว่าที่ทางการยืนยัน เพราะรัฐบาลจะบันทึกยอดผู้เสียชีวิตเฉพารายที่ได้รับการยืนยันผลตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นบวก แต่เม็กซิโกมีอัตราการตรวจหาเชื้อต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คือ เฉลี่ยตรวจ 5 คนจากประชากร 1 แสนคนต่อวัน ต่างจาก 37คนในบราซิล และ 139 คนในสหรัฐ