(5 กันยายน 2563) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีหลักการชัดเจนในการแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่พรรคไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอำนาจ ส.ว.ก็เป็นประเด็นสำคัญหนึ่งที่นำเสนอไป ว่าควรมีการแก้ไข
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มา รวมถึงอำนาจและหน้าที่ ที่ควรมีเฉพาะการกลั่นกรองกฎหมาย เมื่อไม่ได้มีที่มาจากประชาชน ก็ไม่ควรที่จะมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีท้ายที่สุดหลายฝ่ายก็เรียกร้องให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทิศทางแต่ละพรรคก็ตรงกัน จึงควรเร่งให้ มี สสร. ให้เร็วที่สุด เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม อำนาจของ ส.ว.ให้เลือกนายกฯ ไม่มีใครเห็นด้วย แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ประโยชน์ของประชาชนที่ปัจจุบัน เช่นเรื่องสิทธิและเสรีภาพ เรื่องถ่วงดุลการตรวจสอบการทุจริต ที่ได้ตกหล่นไปไม่มีในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเป็นเรื่องควรให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นเช่นกัน
"การตั้งต้นโดยการคลอด สสร. ให้เร็วที่สุด แล้วนำทุกเรื่องไปจัดการในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ แนวทางที่มุ่งผลสำเร็จได้มากที่สุด" นายราเมศ กล่าวและว่าที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางคนได้ออกมาบอกว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้ออกมาพูดเรื่องอำนาจ ส.ว. จึงต้องลงชื่อร่วมกับพรรคอื่นในการแก้ มาตรา 272 นั้น เรื่องนี้ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคไม่เห็นด้วยกับอำนาจหน้าที่ของ ส.ว.มาตั้งแต่ต้น และเป็นสาระหลักในการขอแก้รัฐธรรมนูญ