(3 กันยายน 2563)น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนและกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังจากสภาฯ เห็นชอบรายงานของกมธ.โดยไม่มีการลงมติ ซึ่งมีเนื้อหาสาระตั้งแต่กระบวนการป้องกันแรกเริ่ม ไปจนถึงการลงโทษผู้กระทำความผิด
น.ส.พัชรินทร์กล่าวต่อว่าซึ่งการหารือกันในเบื้องต้นตั้งแต่ชั้นกมธ. ว่าที่ผ่านมาโทษการข่มขืนสูงที่สุด คือ ประหารชีวิต แต่การกระทำความผิดคดีประเภทนี้ยังไม่สิ้นสุด จึงมีการถกเถียงกัน หาข้อมูลการว่าต่างประเทศมีการลงโทษอย่างไรบ้าง เช่น การประหารชีวิต หรือการบำบัดฟื้นฟูด้านต่างๆ รวมไปถึงการฉีดฮอร์โมนให้ฝ่อ แต่ไม่ได้ให้ฝ่อถาวร แต่เป็นการใช้ฮอร์โมนระงับอารมณ์ทางเพศเพียงชั่วคราวในระยะเวลาหนึ่ง
ทั้งนี้ ซึ่งเป็นทางเลือกโดยการยินยอมจากผู้กระทำความผิด โดยเป็นการฉีดหลังจากพ้นโทษทุก 3 เดือน สำหรับกรณีที่มีความเสี่ยงว่าจะกระทำความผิดซ้ำ แต่ก็มีประเด็นเรื่องงบประมาณที่สูงส่วนการกินยาหรือผลไม้เพื่อต้านทานการฝ่อนั้น โดยแพทย์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของกมธ. ยังไม่ได้ให้ความเห็นกรณีนี้ แต่กรณีศึกษาในต่างประเทศก็ไม่พบว่ามีการกินผลไม้หรือยาที่ต่อต้านการฝ่อได้