จับแท็กซี่จอมแสบ ฉก4หมื่น ยายวัย91
03 ก.ย. 2563 | jiradej

รองผู้กำกับสืบสวนราษฎร์บูรณะ พร้อมกำลังสายสืบ บุกรวบโชเฟอร์แท็กซี่จอมแสบ ตะเพิดผู้โดยสารหญิงวัย 91 พร้อมหลานลงจากรถ ก่อนลักทรัพย์สินรวม 4 หมื่นบาท หลบหนีกบดานนานกว่า 2 เดือน
ข่าว
03 ก.ย. 2563 | jiradej

รองผู้กำกับสืบสวนราษฎร์บูรณะ พร้อมกำลังสายสืบ บุกรวบโชเฟอร์แท็กซี่จอมแสบ ตะเพิดผู้โดยสารหญิงวัย 91 พร้อมหลานลงจากรถ ก่อนลักทรัพย์สินรวม 4 หมื่นบาท หลบหนีกบดานนานกว่า 2 เดือน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.ย.2563 พ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัว นายวาส เจริญเขต อายุ 50 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง และรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเหลือง หมายเลขทะเบียน ทห-6101 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์แท็กซี่ไทยสมาร์ทจำกัด 1 คัน โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้องพักเลขที่ 902 แฟลตยานนาวา ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ซอย 30 แยก 4 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม.
ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 18.50 น.วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา นางทองใบ ถ้วนศรี อายุ 91 ปี ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบกับ พนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อแจ้งความว่า ตนกับหลานชายวัย 10 ขวบ เดินทางมาเยี่ยมลูกสาวป่วยมะเร็งเต้านมที่ รพ.ราษฎร์บูรณะ ก่อนว่าจ้างรถยนต์แท็กซี่สาธารณะ สีเหลือง จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลให้ไปส่งที่บ้านพักในซอยสุขสวัสดิ์ 62 แต่พอขึ้นรถไปได้ไม่เกิน 100 เมตร โชเฟอร์แท็กซี่ก็ปฏิเสธบอกไม่ไป เพราะไม่รู้จักทาง จึงจอดรถไล่ให้ผู้เสียหายและหลานชายลงจากรถ โดยลืมกระเป๋าสีม่วงมีหูหิ้วภายในบรรจุ เงินสด 10,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุง สีฟ้า รุ่น Calaxy A 2 core พร้อมซิมการ์ดหมายเลข 096-095-7097 จำนวน 1 เครื่อง และสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท อีกจำนวน 1 เส้น รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 40,000 บาท เอาไว้บนรถ
แม้ผู้เสียหายจะพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปที่มือถือของตนเองในทันที แต่ปรากฏว่าโชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าว ก็ไม่ยอมรับสาย กระทั่งมือถือถูกปิดไป จึงต้องตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตามหาทรัพย์สิน และติดตามจับกุมโชเฟอร์รายนี้มาดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณจุดที่มีการโบกรถเเท็กซี่ และจุดที่โชเฟอร์ไล่ผู้เสียหายลงจากรถ พบว่า คนคันดังกล่าวมี นายวาส เป็นผู้ขับขี่ และมีการนำรถแท็กซี่ไปส่งคืนที่อู่เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.วันที่ 23 มิ.ย.หลังจากก่อเหตุได้ 1 วัน จากนั้น นายวาส ก็หายตัวไป กระทั่งวันนี้เจ้าตัวย่ามใจย้อนกลับมาในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง ตำรวจจึงบุกเข้าจับกุมตัวได้ที่ห้องพัก พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย จำนวน 1 เครื่อง
จากการสอบสวน นายวาส ยอมรับว่า ได้ไล่ผู้เสียหายกับหลานชายลงจากรถจริง เพราะพูดจาจู้จี้ ส่วนทรัพย์สินประกอบด้วยเงินสด 10,000 บาท และสร้อยทองหนัก 1 บาท นำไปขายแลกเงินมาใช้จ่ายหมดแล้ว สำหรับซิมมือถือก็ถอดโยนทิ้งไป เก็บไว้แต่เครื่องโทรศัพท์ หลังเกิดเหตุก็หยุดเช่าแท็กซี่ และหนีไปกบดานตามสถานที่ต่างๆ และกลับบ้านที่ต่างจังหวัด กระทั่งคิดว่าเรื่องเงียบแล้ว จึงย้อนกลับเข้ามากรุงเทพฯ อีกครั้ง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัวได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรของ นายวาส ผู้ต้องหาแล้วไม่พบเคยต้องคดีแต่อย่างใด จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร แก่ นายวาส ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และติดต่อให้ผู้เสียหายเดินทางมาชี้ตัว และรับโทรศัพท์ของกลางกลับคืนต่อไป