เนชั่นทีวี

ข่าว

ตายาย นอนบนเพิงดินหลังน้ำท่วม สุดท้อชีวิตอาชีพพังไปกับน้ำ บ้านเจอโคลนถมทับ

31 ส.ค. 2563 | chanutra_phe

ตายาย นอนบนเพิงดินหลังน้ำท่วม  สุดท้อชีวิตอาชีพพังไปกับน้ำ บ้านเจอโคลนถมทับ

โซเชียลแชร์ ความเดือดร้อนชาวบ้าน หลังเกิดเหตุน้ำท่วม คุณตายายอยู่บ้านลำพังลั่น ไม่รู้จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้อีกไหม บ้านไม้สองชั้นเครื่องมือทำมาหากิน พังไปกับน้ำ ทุกวันนี้ต้องนอนอยู่บนเพิงดิน

จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัย และดินสไลด์ ในหลายพื้นที่ โดยในเพจเฟสบุ๊ก ศูนย์อาสาสมัครน้ำท่วม มูลนิธิกระจกเงา ได้โพสต์ภาพและระบุว่า ฉันอยากตาย ไม่รู้จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้อีกมั้ย คุณยายลำดวน พูดถึงชีวิตหลังเกิดเหตุน้ำท่วมให้ทีมอาสาล้างบ้านฟัง แกอาศัยอยู่กับตาเพชร และหลานสาววัย 16 ปี

บ้านของยายเป็นบ้านไม้สองชั้น ก่อนหน้านี้ยายมีอาชีพรับจ้างซักผ้า ส่วนตาเพชร แกอายุ 74 ปีแล้ว เมื่อสุขภาพไม่แข็งแรง จึงทำงานมากไม่ได้ รายได้ของครอบครัวจึงมาจากสองมือยายลำดวนเท่านั้นตอนนี้ไม่มีคนจ้างซักผ้าแล้ว เพราะบ้านเรามันสกปรก ใครเขาจะอยากมาจ้าง ตอนนี้ไม่มีกะใจอยากจะทำอะไรเลย เรี่ยวแรงมันหายไปหมด

ตายาย นอนบนเพิงดินหลังน้ำท่วม  สุดท้อชีวิตอาชีพพังไปกับน้ำ บ้านเจอโคลนถมทับ

ขณะเดียวกันยังโพสต์เล่าเรื่องต่อว่า เครื่องซักผ้าที่มีสองเครื่องก็พังไปกับน้ำ ทำมาหากินไม่ได้ หมดทุกอย่างเลย แค่เดินออกจากบ้านก็ลำบากแล้ว เพราะดินมันเต็มบ้านไปหมด ถ้าจะออกก็ต้องปีนออกไป เพื่อนบ้านก็เลยช่วยเหลือ เอาข้าวมาให้ ให้พอมีกินไปวันๆ ก่อน
ใครจะเอาข้าวมาให้ ต้องปีนขึ้นมาที่ชั้นสอง เพราะเข้าทางหน้าบ้านไม่ได้ โคลนมันเยอะ เดินลุยโคลนไม่ได้ ทุกวันนี้ต้องนอนอยู่บนเพิงดิน บ้านชั้นสองเอาไว้เก็บของอย่างเดียว ขึ้นไปนอนไม่ได้แล้ว ก็นอนอยู่รวมกันสามคน ตายาย แล้วก็หลาน

ในจำนวนผู้ประสบภัยเวียงสา บ้านหลังนี้ น่าจะเป็นหลังที่หนักที่สุด และน่าเป็นห่วงที่สุด วันนี้ทีมอาสาล้างบ้าน จะเข้าไปช่วยเคลียร์โคลนออกจากบ้านของยายพวกเราคาดการณ์ว่า ต้องใช้เวลากว่า 4 วัน จึงจะคืนบ้านหลังเก่าให้กลับมาดังเดิมได้

ตายาย นอนบนเพิงดินหลังน้ำท่วม  สุดท้อชีวิตอาชีพพังไปกับน้ำ บ้านเจอโคลนถมทับ

ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัย และดินสไลด์ ใน 15 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ ลำพูน แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก พิษณุโลก กาฬสินธุ์ นครพนม ขอนแก่น และสิงห์บุรี รวม 62 อำเภอ 221 ตำบล 959 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,878 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด และยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในจังหวัดพิษณุโลก ประชาชนได้รับผลกระทบ 17 ครัวเรือน โดยปัจจุบันระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมหรือปริมาณน้ำเพิ่มในพื้นที่ จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 - 2 วัน

ข่าวล่าสุด