ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ชี้แจงว่าปัญหาขาดทุนเรื้อรังของการบินไทย เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2551จากการจัดซื้อเครื่องบิน A340-500 และ A340-600จำนวน 10 ลำที่เมื่อนำมาบินก็ขาดทุนตั้งแต่เที่ยวแรกจนถึงเที่ยวสุดท้ายจนการบินไทยต้องออกหุ้นกู้เป็นครั้งแรก และประสบปัญหาขาดทุนถึง 62,803.49ล้าน และยังเป็นภาระในการดูแลมาจนถึงปัจจุบันรวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกจำนวนมหาศาลที่ส่อไปในทางทุจริต
โดยคณะทำงานได้ตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายในช่วงปี 60-62 ซึ่งการบินไทยขาดทุนไม่ต่ำกว่า25,659ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงมาก เช่น ค่าโอทีฝ่ายช่างที่สูงถึง 2,022ล้านบาท โดยตรวจสอบพบว่าพนักงาน1คน ทำโอทีได้ถึง 3,354ชั่วโมง เฉลี่ย 419 วัน ทั้งที่ 1ปีมีเพียง 365 วัน / นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่ามีผู้รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ที่ปกติควรจะได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มพิเศษในอัตราเดือนละ 2แสนบาท แต่ปรากฎว่าผ่านไป9 เดือนกลับได้รับเงินพิเศษเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 6 แสนบาท /รวมถึงการจัดหาเครื่องบินรุ่น B787-800 จำนวน 6 ลำซึ่งเป็นแบบเช่า ที่พบว่าแต่ละลำกลับมีราคาไม่เท่ากัน และมีส่วนต่างถึง 589ล้านบาท ทั้งที่เป็นเครื่องบินแบบและรุ่นเดียวกันและยังมีอีกมากมายในหลายแผนกที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ทั้ง แผนกขายตั๋วการโฆษณา การจัดซื้ออุปกรณ์บนเครื่อง ครัวการบินไทย และน้ำมันเชื้อเพลิง
สำหรับผลการตรวจสอบที่แถลงข่าววันนี้ จะถูกนำเสนอให้กับกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของการบินไทยก่อนส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและนำเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่ง รมช.คมนาคม ยืนยันว่าผลการตรวจสอบในครั้งนี้ จะไม่กระทบกับแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยแน่นอน