(27 สิงหาคม 2563) นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการเสนอญัตติแก้ไขมาตรา 256 เกี่ยวกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเสนอให้ยกเลิกมาตรา 269-272 เกี่ยวกับวุฒิสภา (ส.ว.) ตามบทเฉพาะกาล ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามหลักการ ต้องทำตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 256 วางหลักการไว้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องยากกว่ากฎหมายทั่วไป
ทั้งนี้ ต้องมีเสียงส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 รวมถึงการเห็นชอบในวาระที่ 3 ต้องมีเสียงพรรคการเมืองที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลหรือไม่มีประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และบางประเด็นอาจจะต้องทำประชามติ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องอะไรก็แล้วแต่ จะต้องคำนึงถึงจำนวนเสียงและความต้องการของสังคมด้วย
นายอุดม กล่าวว่า หลักการที่กำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ยากกว่ากฎหมายปกติเป็นเรื่องธรรมดาของรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 เพียงแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 วางมาตรการว่า นอกจากจะต้องมีเสียงข้างมากแล้ว จะต้องมีเสียงส.ว.ที่เพิ่มมากขึ้น มาเป็นองค์ประกอบด้วย จึงเป็นที่มาของปัญหาที่อาจมองว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งต้องขอให้ ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง 250 คน ให้ความเห็นชอบด้วย 84 เสียง การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงจะผ่าน
"แต่การแก้ไขในทางความเป็นจริงก็เป็นเรื่องที่ต้องพูดกัน แต่ที่กำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากกว่าในอดีต เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดให้การแก้ไข อาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว เป็นเหตุที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนในระบบการเมือง จนเกิดการเดินขบวนประท้วง เกิดความขัดแย้งในสังคม หากจะให้สังคมเกิดความสมานฉันท์ จึงเห็นว่า ส.ว.มีความจำเป็นเข้ามาร่วมด้วย" อดีต กรธ. กล่าว
ทั้งนี้ แต่ ส.ว. ที่ว่านี้ ไม่ใช่ 250 คน ในบทเฉพาะกาล แต่เป็นตามบททั่วไป คือ ส.ว. ตามมาตรา 108 ที่เป็นตัวแทนของประชาชนจากกระบวนการเลือกกันเอง ส่วน ส.ว. 250 คน เป็นสิ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอมาตามบทเฉพาะกาล ระยะเวลา 5 ปี เพราะฉะนั้น ถ้ามองในมุมความยากลำบากที่เกิดขึ้น มาจากบทเฉพาะกาล ไม่ใช่ความยากลำบากในสภาพปกติ ซึ่ง ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร เห็นไปในทำนอง ว่าแค่เสียงข้างมากในรัฐสภาก็พอแล้ว เนื่องจากมีความรู้สึกว่า อยากให้การแก้รัฐธรรมนูญแม้จะยากกว่าปกติ แต่ก็ไม่อยากจะให้ยากมาก ซึ่งเป็นความเห็นที่อาจจะเห็นต่างกันได้