รายงานเรื่องสุขภาพอของคิม จองอึน มาจากการคาดการณ์ของอดีตนักการทูต ชาง ซองมิน ที่เคยเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีคิม แด-จุง ผู้ล่วงลับของเกาหลีใต้ แม็กซ์เวลล์ บอกว่า ยังไม่เห็นหลักฐานว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ด้านซอง-ยุน อี อาจารย์สถาบันนิติศาสตร์และทูตเฟลทเชอร์ ของมหาวิทยาลัยทัฟต์ส ไม่เห็นด้วยกับรายงานเรื่องนี้ โดยบอกว่าเป็นการแก้ไขการประเมินที่ผิดพลาด ที่ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน ตอนที่คิม จองอึน หายหน้าไป 3 สัปดาห์ ที่มีแผนฉุกเฉินออกมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ที่เอาข้อมูลเกี่ยวกับเธอมาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง ในการประเมินว่าเธอจะก้าวขึ้นมากุมบังเหียนประเทศ ในกรณีที่คิม จองอึน กลายเป็นคนไร้ความสามารถ ซึ่งในสายตาเขา คิม โยจองเป็นคนทะเยอทะยานและฉลาด ที่เปล่งประกายความนุ่มนวลของผู้หญิงในระบอบที่โหดร้าย แต่ถ้าได้เธอได้กุมอำนาจเมื่อใด ธรรมชาติของระบอบ ก็จะเรียกร้องให้เธอต้องโหดขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีแรก วิธีที่ให้ได้มาซึ่งการยอมรับนับถือ ไม่ใช่การเล่นบทผู้นำที่สุภาพ แต่จะเป็นผู้นำเผด็จการที่โหดร้ายต่อประชาชนและเป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ต่อสหรัฐฯ เธออาจพิสูจน์ตัวเองว่า ร้ายกาจและเหี้ยมเกรียมกว่าพี่ชาย พ่อ และปู่ด้วยซ้ำ
ด้านวิคเตอร์ ชา ผู้อำนวยการสภาความมั่นคงแห่งชาติฝ่ายกิจการเอเชีย ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาอาวุโสและประธาน
ฝ่ายเกาหลีของศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา ให้ความเห็นว่า โค โยจอง น่าจะเป็นสายแข็งสำหรับเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เพราะไม่มีสัญญาณว่าเธอจะเป็นนักปฏิรูป การก้าวขึ้นสู่อำนาจของเธอ น่าจะมาพร้อมกับการทดสอบขีปนาวุธ หรือการยั่วยุใดๆ ที่จะสร้างความน่าเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมคนที่ภักดีให้ได้รับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลด้วย