ภาพการออกมาเรียกร้องสิทธิทางการเมืองในหมู่นักเรียน "ขาสั้น-คอซอง" อาจจะกลายเป็นประเด็นหวือหวาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พัฒนาการด้านความคิดของเยาวชนเริ่มจะผลิดอกออกผลในการขยับเข้าสู่วุฒิภาวะและการทำหน้าที่ที่ดีของพลเมือง แต่ในทางจิตวิทยา เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีมากมายมหาศาล การรับข้อมูลต่างๆโดยขาดการพิจารณากลั่นกรองอย่างถี่ถ้วน อาจสร้างความเสียหายได้กับทั้งเยาวชนและสังคมอย่างไม่รู้ตัว
แพทย์หญิง ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บอกกับ "เนชั่น ทีวี" ว่า ความต้องการแสดงอัตลักษณ์ของวัยรุ่นเป็นไปตามกลไกธรรมชาติ แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ การบ่มเพาะข้อมูลข่าวสารที่ได้รับในโซเชียลมีเดียโดยตรงเพียงด้านเดียว จนเกิดการเบี่ยงเบนทางความคิด และนำไปสู่การแสดงออกในสังคม
"วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอัตลักษณ์ ซึ่งในตอนเด็กเราจะมีพ่อแม่คอยควบคุมในการกระทำอะไรก็ตาม แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะเริ่มมีความอยากเป็นตัวเอง มีตัวตนของตัวเอง และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีอัตลักษณ์เต็มตัว ซึ่งเป็นความรู้จักตนเองในด้านต่างๆ ทั้งความชอบ หรือความถนัดในด้านใดด้านหนึ่ง ฉะนั้น ช่วงวัยรุ่นหากมีปัจจัยอะไรที่มาบ่มเพาะจะทำให้เกิดการเบี่ยงเบนได้ เพราะการพัฒนาตัวตนยังไม่ได้สมบูรณ์ ฉะนั้น ถ้าวัยรุ่นมีประสบการณ์ หรือได้รับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจะมากระตุ้นให้กระบวนการคิดเชิงนามธรรมของวัยรุ่นเกิดความอยากรู้อยากเห็น เมื่อความคิดกับตัวตนมาผนวกกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่าง หรือความรู้สึกมีตัวตนจากคนอื่นๆ และเมื่ออยากมีความแตกต่างก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมการสร้างความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองโดยที่ไม่ต้องเชื่อผู้ปกครอง ซึ่งนั่นคือความธรรมชาติของพัฒนาการของวัยรุ่น ไม่ใช่การต่อต้านของวัยรุ่น"
----------------- เทป - ลงเสียง -----------------
คุณหมอดุษฎี ยังบอกอีกว่า ในยุคที่การรับรู้ข่าวสารง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส แน่นอนว่า ข้อมูลที่เยาวชนได้รับจะตกผลึกออกมาจากประสบการณ์ของตัวเด็กที่เลือกจะเชื่อในข้อมูลนั้นตามความชอบของตัวเอง และนำไปสู่การแสดงออกด้านความคิดเห็นในโลกออนไลน์ ซึ่งการแสดงออกโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเผลอเรอใช้การ "ประทุษวาจา" หรือ Hate Speech ซึ่งหมายถึง การโจมตีด้วยถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความรุนแรง ต่อต้าน หรือเลือกปฏิบัติกับคนที่คิดเห็นต่างจากตัวเอง จะเป็นเรื่องที่อันตราย ฉะนั้น สิ่งที่น่ากังวลสำหรับเยาวชน ก็คือ การแสดงออกบนพื้นฐานของการเคารพความคิดเห็นและไม่คุกคามสิทธิ์ของผู้อื่น
--------------- ปล่อยเสียง -----------------
CG พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
("เราควรจะสนับสนุนให้มีความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงภาครัฐควรจะรับฟังความคิดเห็นที่เป็นการแสดงออกอย่างสันติ และสังคมจะไม่ยอมรับการแสดงที่มีความรุนแรง รวมถึงความรุนแรงที่มาจากคำพูด หรือที่เรียกว่า "Hate Speech" โดยเราไม่ควรตีตราใคร เนื่องจากเขามีความคิดเห็นที่แตกต่างจากเรา // ความรุนแรงในโซเชียลมีเดีย จะมาในรูปแบบของวาจาเสมอ ซึ่งดูเหมือนจะ "เบาแต่แรง" และ "เหมือนจะสั้นแต่นาน" เพราะทุกอย่างที่มีการแสดงออกในโลกออนไลน์ ข้อมูลต่างๆจะยังคงอยู่อย่างถาวร เมื่อการใช้ "Hate Speech" บ่อยครั้ง โดยที่ไม่รู้ตัว อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงต่อบุคคลที่ถูกกระทำได้ ฉะนั้น การโยนมีดใส่ผู้อื่นไม่ได้ทำให้ชีวิตใครดีขึ้น และเราควรจะปลูกดอกไม้ในใจตัวเอง และมอบดอกไม้ที่ปลูกให้แก่กันมากกว่าการโยนมีดให้คนอื่น")
---------------- เทป - ลงเสียง ---------------
เมื่อสนามการเมืองในยุคโซเชียล ซึ่งเปลี่ยนจากเวทีปราศรัยมาเป็นสังคมออนไลน์ สิ่งที่เราทุกคนควรจะให้ความสำคัญ ก็คือ การตั้งคำถามกับความคิดของตัวเอง เพราะธรรมชาติของมนุษย์ มักจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองคิดว่า ถูกต้องและเป็นความจริง ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่กลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางความคิดสมบูรณ์ด้วย เพราะหน้าที่ของพลเมืองที่ดี คือการร่วมกันสร้างความเจริญ ไม่ใช่ทำลายประเทศชาติ