เนชั่นทีวี

ข่าว

"จตุพร"ย้ำยังไม่ใช่เวลาซื้อเรือดำน้ำ แนะก้าวไกลอย่าแตะหมวด1-2

24 ส.ค. 2563 | chairat_pat

"จตุพร"ย้ำยังไม่ใช่เวลาซื้อเรือดำน้ำ แนะก้าวไกลอย่าแตะหมวด1-2

"จตุพร พรหมพันธุ์" แนะรัฐบาลควรถอยซื้อเรือดำน้ำ เพราะบ้านเมืองยังไม่ถึงสถานการณ์มีสงคราม ย้ำเรื่องนี้ไม่มีกาลเทศะ หากดึงดันจะเป็นชนวนคัดค้านใหญ่ พร้อมกังขา "ก้าวไกล" อยากแก้หมวด 1-2 ต้องอธิบายให้ชัดว่าทำอย่างไร ซัดอยากได้ ประชาธิปไตยหรือแค่ชูธงหาเรื่อง

(24 สิงหาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำ เกิดการคัดค้านมาตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา เพราะไม่สอดคล้องกับทะเลอ่าวไทย อีกทั้ง ปัจจุบันไทยเจอวิกฤตเศรษฐกิจปากท้องสาหัส ดังนั้น เมื่อไทยไม่ได้อยู่ในจุดทำสงคราม หรือถูกประเทศอื่นคุกคาม การซื้อเรือดำน้ำจะเป็นชนวนให้เกิดการคัดค้านขึ้นกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากส่งข้อความถึงรัฐบาลว่า การซื้อเรือดำน้ำจะยิ่งพารัฐบาลเดินยากลำบาก เพราะเศรษฐกิจในประเทศ ยังต้องกู้เงินมาแก้ปัญหา หากประเทศอยู่ในศึกสงครามสู้รบแล้ว เชื่อว่าทุกคนยอมอดเพื่อซื้อเรือดำน้ำ แต่วันนี้จะกินเรือดำน้ำหรือกินข้าวกัน และเชื่อว่า หากมีการเลื่อนหรือยกเลิกสัญญา จีนคงเข้าใจไทย ส่วนคนให้ความเห็นชอบในอนุกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณนั้น ยังภาวนาให้ถูกตีตกในกมธ.งบประมาณชุดใหญ่ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า เรื่องนี้ไม่ถูกกาลเทศะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

"เมื่อสถานะวันนี้ คนไทยรู้ถึงความจำเป็นของประเทศในเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง หวังว่าจะเอาออกไปก่อน เพราะเป็นชนวนกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างรุนแรงมากที่สุด เรื่องนี้รัฐบาลต้องถอย ยิ่งเดินหน้า ยิ่งเจอกับประชาชน เนื่องจากประชาชนเกิดความรู้สึก ว่ารัฐบาลไม่รู้จักกาลเทศะ ว่าความเดือดร้อนของประเทศขณะนี้เป็นอย่างไร และทั่วหัวระแหงไม่มีใครเห็นชอบกับเรือดำน้ำเลย เพราะเราไม่ได้อยู่ในช่วงสงคราม"นายจตุพร กล่าว

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ยังมีแค่ญัตติของพรรคฝ่ายค้านยื่นให้ แก้มาตรา 256 เพียงร่างเดียวที่เข้าสภาฯ และคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีร่างรัฐบาลยื่นอีกฉบับหนึ่ง เพื่อนำไปประกบกัน แต่ยังมีความแตกต่างกันในที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งตนย้ำเสมอว่า เพื่อตัดปัญหาทั้งปวงแล้ว สสร. ต้องมาจากเลือกตั้งของประชาชน

ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า ถ้ามาจากช่องทางอื่นหรือตามสาขาอาชีพแล้ว ไม่แตกต่างจากการมี ส.ว. แม้มี สสร. ก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยของประชาชน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ มีคนตั้งข้อสังเกตในทางปฏิบัติจะแก้หมวด 1-2 ได้หรือไม่ ความจริงแล้วมาตรา 256 ได้ควบคุมอยู่แล้ว คือ เปลี่ยนแปลงรัฐไม่ได้ เปลี่ยนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่สามารถแก้ไขได้อยู่แล้ว

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า ถ้าแต่ทุกฝ่ายไม่เบี้ยวกันแล้ว จะได้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตกมาถึงมือประชาชน ส่วนพรรคก้าวไกลที่ให้ มาตรา 256 เปิดประตูไว้ เพื่อต้องการให้แก้ประเด็นไหน และขอถามว่าจะแก้ไขหมวด 1-2 อย่างไร ถ้าจะแก้ ต้องแก้เรื่องอะไรบ้างที่ไม่กระทบตาม มาตรา 255 กำหนดไว้

ทั้งนี้ การอธิบายแบบคลุมเครือนั้นถามว่าทำได้หรือไม่ ถ้าสมมุติทำได้ แล้วจะแก้ไขประเด็นอะไรบ้าง ส่วนเรื่องอื่นทั้งที่มาและอำนาจ ส.ว. หรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่รับรองในบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญ 2560 นั้น เชื่อว่านักประชาธิปไตยต่างไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น จึงมีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว

"บนเส้นทางการต่อสู้ ถ้าอยู่ในโลกจินตนาการ ไม่คำนึงถึงความจริงกันแล้ว และการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังยืนยันว่าทำได้ ไหนลองอธิบายวิธีการแก้ไขมาหน่อย รวมความแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ ควรอยู่ในมือของประชาชนเหมือนเมื่อครั้งแก้ไขและร่าง รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540" นายจตุพร กล่าว

อย่างไรก็ดี การแก้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ มักจะเกิดเรื่องตามมาทุกครั้ง ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 แทบต้องโละเพื่อสร้างใหม่ แต่การแก้มาตรา 256 ยังยากอยู่ และไม่ใช่ว่า พรรคการเมืองรับปากแล้วจะได้อย่างเรียบร้อย เพราะเหตุการณ์พฤษภาฯ 2535 เกิดขึ้น ก็มาจากการรับปากแล้วเบี้ยวกัน จึงเกิดชุมนุม กระทั้งมีบาดเจ็บเสียชีวิต ร่วม 80 ชีวิต จึงสามารถแก้ไข รัฐธรรมนูญ ได้ฉบับ 2540 ขึ้นมา

"หากไม่เบี้ยวกัน แล้วลงมือแก้กันก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ไม่มีความตายบาดเจ็บเกิดขึ้น แต่การแก้ไขครั้งนี้ดูเสมือนว่าง่าย แต่ผมยังไม่เชื่อ เพราะเชื่อว่า ยังยากอยู่ แต่ฝ่ายประชาชนต้องกุมความชอบธรรม นักการเมืองต้องไว้วางใจประชาชน ให้ รธน.มีประชาชนเป็นเจ้าของ และไม่แตะหมวด 1-2" ประธาน นปช. ระบุ
นายจตุพร กล่าวว่า ในการต่อสู้เรียกร้องนั้น ตนยังยืนยันเสมอว่า 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษามีความสำคัญที่ตนเห็นชอบด้วย ที่สำคัญคือ ในขณะนี้ต้องฟังกัน เห็นต่างสามารถอธิบายกันได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของประชาธิปไตยที่สวยงาม และความแตกต่างเป็นคุณสมบัติติดตัวของมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ต้องถามพรรคก้าวไกลว่าที่ต้องการแก้ไขหมวด 1-2 นั้น แก้เรื่องอะไร ทำให้เป็นจริงได้อย่างไร ถามแค่ 2 ข้อเท่านั้น เพราะคิดแล้วทำไม่ได้ ถ้าอธิบายว่าทำได้ ก็อธิบายมา แต่ถ้าทำไม่ได้ แล้วยังอธิบายทั้งที่ทำไม่ได้ ต้องการอะไร ต้องการประชาธิปไตยหรือต้องการให้เกิดเรื่อง

ส่วนการคุกคามต่างๆนั้น มองว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อประเดประดังกับเรื่องราวต่างๆ และไปผสมกับความไม่พอใจซื้อเรือดำน้ำแล้ว จะกลายเป็นชนวนคัดค้านสำคัญ ดังนั้น การต่อสู้ของภาคประชาชนต้องมีเหตุผล ได้ประโยชน์ เป็นประชาธิปไตย เพื่อร่วมต่อสู้กันให้ได้ความสำเร็จ

ข่าวล่าสุด