เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมสายเก่า ที่รับน้ำมาจากจังหวัดสุโขทัย ผ่านคลองเมม ต.ท่าโช้ง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ล่าสุดนายนำชาญ ชูเที่ยง ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จากการเช็คระดับน้ำ ที่ผ่าน Y 14 ที่ศรีสัชนาลัย เวลา 14.30 น.ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำยังมีมากอย่างต่อเนื่อง ยังไม่ถึงจุดพีคของมวลน้ำที่ไหล ทั้งนี้อาจเกิดจากฝนที่ตกลงมามาก ทำให้ 1480 ลบ.ม./วินาที ซึ่งถือว่ามากกว่าปีที่ผ่านมา หากน้ำมีมากขนาดนี้ก็จะทำให้ไหลเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่ามากเช่นกัน คาดว่าอาจมีน้ำจากจังหวัดสุโขทัย เข้ามาสูงแม่น้ำยมสายเก่าถึง 300 ล้าน .ลบ.ม. โดยหากมีมาก ก็จะผันน้ำเข้าทุ่งบางระกำโมเดลทันที แต่ก็ต้องดูสุดพีคสุดที่ Y14 ก่อน คาดว่าในวันพุธนี้จะทราบว่าน้ำเข้าพิษณุโลกปริมาณมากน้อยเพียงไร
ขณะนี้ผลกระทบต่อมวลน้ำที่เริ่มเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่า ที่ จ.พิษณุโลก ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ หมู่ 12 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำที่จะเข้ามาละลอกนี้ โดยเฉพาะนายสุรินทร์ กลิ่นชื่น ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ ที่มีนาข้าว 15 ไร่ ได้เกี่ยวข้าวไปแล้วกว่า 13 ไร่ เหลือ อีก 2 ไร่เศษ แม่น้ำยมล้นตลิ่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ท่วมนาข้าว จึงจำเป็นต้องพายเรือไปเกี่ยวข้าวที่เหลือ ขึ้นมาตากแห้งที่สูง ขณะที่ชาวนาหลายราย เริ่มนำกระสอบทราบไปอุดท่อน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำยมสายเก่า ป้องกันล้นตลิ่ง
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตแม่น้ำยมสายเก่า และแม่น้ำนมสายหลัก ในโครงการบางระกำโมเดล 63 ชาวนาส่วนใหญ่ ได้เก็บเกี่ยวข้าวไปหมดแล้ว เหลือส่วนน้อยที่ยังเก็บเกี่ยวไม่เสร็จ เนื่องจากปีนี้การเพาะปลูกข้าวล่าช้า จากสภาพภัยแล้งขาดน้ำ