เนชั่นทีวี

ข่าว

ยืนยันมีบิ๊กป.โทรสั่งผ่านงบซื้อเรือดำน้ำ

24 ส.ค. 2563 | chairat_pat

ยืนยันมีบิ๊กป.โทรสั่งผ่านงบซื้อเรือดำน้ำ

"ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ยันมีบิ๊ก ป. โทรล็อบบี้ส.ส.ซีกรัฐ จนกลับลำยกมือโหวตผ่านงบซื้อเรือดำน้ำ ซัด "สุพล ฟองงาม" ดึงดันลงมติ ไม่ยอมชงเรื่องไปหาข้อยุติในที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯชุดใหญ่ หวั่นซ้ำรอยคดีจำนำข้าว เหตุไม่ใช่ทำสัญญาแบบจีทูจี

(24 สิงหาคม 2563) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในกมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การที่ระบุมีบิ๊ก ป. ในรัฐบาล โทรศัพท์ล็อบบี้สั่งการให้ให้อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ โหวตเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ของกองทัพเรือ วงเงิน 22,550 ล้านบาทนั้น เรื่องนี้ทุกคนรู้กันทั้งห้อง ในช่วงที่อนุ กมธ. พักประชุม 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการโหวตลงมติ โดยมีการเรียกอนุกมธ.ฝ่ายรัฐบาลไปคุยกัน 

ทั้งนี้ เชื่อว่ามีการไปล็อบบี้กันในช่วงนั้น โดยมีเพื่อน อนุกมธ.ซีกรัฐบาล บอกว่า มีบิ๊กรัฐบาลโทรศัพท์มาล็อบบี้ ให้โหวตสนับสนุนการซื้อเรือดำน้ำ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้มีการล็อบบี้กันแน่นอน เพราะก่อนหน้าวันที่ 17 ส.ค. ที่ประชุมอนุ กมธ. ประชุมกัน ทุกคนไม่มีใครเห็นด้วยให้จัดซื้อเรือดำน้ำ แต่กองทัพเรือยืนยันความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะมีสัญญาจีทูจีผูกพัน และมีเอกสารการลงนามระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับ รมว.กลาโหมจีน ที่ตกลงจะซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้แขวนเรื่องนี้ไว้ก่อน โดยให้กองทัพเรือนำเอกสารเหล่านี้ มาชี้แจงต่ออนุกมธ.ครั้งถัดไป

อย่างไรก็ตาม ต่อมาวันที่ 21 ส.ค. กองทัพเรือนำเอกสารเหล่านี้มาชี้แจงต่อที่ประชุมอนุกมธ. แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีแค่การระบุว่า ให้ซื้อเรือดำน้ำ ลำที่ 1 แค่ลำเดียว ไม่ได้ขอผูกพันว่าจะต้องซื้อลำที่ 2 และ 3 อีกทั้ง เอกสารที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปลงนามร่วมกับ รมว.กลาโหมจีน ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อเรือดำน้ำ ที่สำคัญเอกสารการลงนามซื้อเรือดำน้ำ ลำแรกที่พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ไปลงนามจัดซื้อนั้น เป็นการลงนามกับบริษัท ไชน่าชิปบิ้วดิ้งออฟชอว์ 

"ถึงจะอ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่ใช่รัฐบาลจีน ถือว่าเป็นการลงนามไม่ถูกต้อง ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกา เคยระบุไว้ในคดีจำนำข้าวว่า การทำจีทูจีต้องเป็นการทำระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้น เรื่องนี้ต้องถึงประชาชาชนแน่ เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย" นายยุทธพงศ์ กล่าว 

ทั้งนี้ ในการประชุมอนุ กมธ. เมื่อวันที่ 21 ส.ค. กองทัพเรือยืนยันถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ ไม่สามารถเลื่อนได้อีกแล้ว แต่ปรากฏว่า การประชุมวันดังกล่าว อนุ กมธ. ที่เคยคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำ มากลับลำในสิ่งที่ตัวเองเคยพูด โดยอนุมัติให้ซื้อ ดังนั้น จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครสั่งมา ขอท้าให้เปิดบันทึกชวเลขในที่ประชุมเมื่อวันที่ 17 ส.ค. จะได้รู้ว่า ใครพูดอย่างไรบ้าง

นายยุทธพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่อนุ กมธ. ลงมติ แล้วคะแนนเสมอกัน 4 ต่อ 4 นั้น ส่วนตัวขอร้อง นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานอนุ กมธ. อย่าลงมติตัดสิน ให้นำเรื่องนี้ไปหาข้อยุติในที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯชุดใหญ่ แต่นายสุพลไม่ยอม และลงมติเห็นชอบการจัดซื้อ คะแนนจึงกลายเป็น 5 ต่อ 4 ดังนั้น การประชุมกมธ.งบประมาณชุดใหญ่วันที่ 26 ส.ค.นี้ จะขอให้ทบทวนมติของอนุ กมธ. "เพราะกองทัพเรือชี้แจงไม่เคลียร์ สัญญาจีทูจีไม่มีผลผูกพันกับการซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ถึงจะเป็นงบประมาณเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่งบประมาณปี 63 แต่ขณะนี้ปี 64 วิกฤตโควิดยังคงอยู่ อยากให้เลื่อนการจัดซื้อไป 1 ปี เพราะเรือดำน้ำลำแรก จะได้มาในปี 2567 ควรรอให้ได้ลำแรกมาก่อน แล้วค่อยซื้อลำที่ 2 และ 3 หรือเลื่อนซื้อลำที่ 2 และ 3 ไปปีหน้า เพราะขณะนี้ประชาชนกำลังลำบาก"

ข่าวล่าสุด