เพื่อเป็นการขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมกับความต้องการของลูกค้าด้านประกันชีวิต และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครบถ้วนให้กับนายหน้าอิสระ รวมถึงการเล็งเห็นโอกาสในการสร้างการเติบโตให้กับบริษัท และผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จึงมีนโยบายในการดำเนินธุรกิจเชิงรุกด้านนายหน้าประกันชีวิตให้มากขึ้น โดยการอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคลากรของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพและมีสัมพันธภาพที่ดีกับเหล่านายหน้าประกันภัยที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ มาก่อน รวมถึงการไปสรรหาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนายหน้าประกันชีวิตที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณกว่า 30,000 คน ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าว่าจะสามารถเชิญชวนกลุ่มนี้มาเป็นพันธมิตรให้ได้ประมาณ 30% โดยปีนี้มีแผนสร้างนายหน้าขยายไปทั่วประเทศ ด้วยวิธีการสร้างนายหน้าในพื้นที่และรับสมัครผ่านเวบไซด์ของบริษัทฯ https://www.tm-broker.co.th/ เพื่อให้มีที่ปรึกษาประกันภัย (T M Advisor) ครอบคลุมทุกจังหวัด และจะใช้ช่องทางนายหน้าอิสระเหล่านี้ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจให้ลูกค้าต่อไป
โดยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่จะส่งมอบให้กับลูกค้า บริษัทฯ จะสรรหาจากบริษัทประกันชีวิตที่เป็นพันธมิตรกับบริษัทฯ ที่มีอยู่ 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม บี เค ไลฟ์ ประกันชีวิตจำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน), บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน), บริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
นางสาวชนิตา กล่าวว่า แม้ในปีนี้สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกจะอยู่ในภาวะตกต่ำเนื่องจากการระบาดของเชื้อ COVID-19 แต่เมื่อมีการผลิตวัคซีนออกมาป้องกันโรคได้สำเร็จเศรษฐกิจก็จะค่อยๆ กลับมาฟื้นตัว ประกอบกับผู้คนก็จะหันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น รวมถึงจะมีการสรรหาผลิตภัณฑ์ด้านการคุ้มครองชีวิตมากขึ้น ซึ่งคาดว่าการที่บริษัทฯ มีพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกันภัยและประกันชีวีต การมีผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วนทั้งผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลและผลิตภัณฑ์ด้านการประกันชีวิตกลุ่ม รวมถึงการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายหน้าอิสระที่จะช่วยบริษัทฯ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า จะทำให้ ที เอ็ม โบรคเกอร์ เป็นองค์กรหนึ่งที่จะประสบผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยบริษัทฯตั้งเป้าในการเติบโตของธุรกิจปีละ 50% และมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 10 ของธุรกิจนายหน้าของประเทศให้ได้ภายใน 5 ปี