จากกระแสคัดค้านการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทีโออาร์ที่คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ได้มีมติปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ให้พิจารณาข้อเสนอทางด้านเทคนิคควบคู่กับด้านราคา ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อการประมูล เพราะควรยึดที่ข้อเสนอราคาที่ให้ผลประโยชน์กับรัฐดีสุด ล่าสุดเว็บไซต์ nationtv วันที่ 22 สิงหาคม 2563 คอลัมน์เจาะประเด็นร้อน ได้เผยแพร่ข่าว "โป๊ะแตก!! เอกสาร รฟม. ปรับแก้เงื่อนไขทีโออาร์ รถไฟฟ้าสีส้ม โผล่ว่อน" นั้น
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ชี้แจงการปรับปรุงวิธีการประเมินข้อเสนอสำหรับการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ให้เป็นรูปแบบการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่กับราคานั้น
1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูง และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีในการออกแบบและก่อสร้าง รวมถึงการเดินรถไฟฟ้าชั้นสูงเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนตามแนวสายทางที่จะได้มีการก่อสร้างในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น
- การก่อสร้างงานโยธาส่วนตะวันตกซึ่งเป็นโครงสร้างสถานีและอุโมงค์ใต้ดินตลอดทั้งสาย จะต้องมีการปรับปรุงสภาพดินเพื่อป้องกันการทรุดตัว (Ground Improvement) มีการก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและแม่น้ำเจ้าพระยา มีการใช้เทคนิคการก่อสร้างสถานีโดยไม่เปิดหน้าดินแบบ Pipe Roof ในบริเวณพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์และมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญหลายแห่ง รวมไปถึงการใช้เทคนิคการค้ำยันพิเศษแบบ Underpinning สำหรับการก่อสร้างอุโมงค์และสถานีใต้โครงสร้างสะพานและทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ ตลอดจนการก่อสร้างที่พาดผ่านพื้นที่ชุมชนและอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ของประชาชนที่ต้องใช้เทคนิคการออกแบบ อุปกรณ์ และวิธีการก่อสร้างชั้นสูงที่ยืนยันได้ว่าสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและมีความปลอดภัยสูงสุด ตามนโยบายของ รฟม. ที่ให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยและความสำเร็จของโครงการเป็นสำคัญ
- การออกแบบและจัดหาระบบรถไฟฟ้าที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น NFPA130 เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ไม่ลามไฟ ไม่ก่อให้เกิดควันพิษ เป็นต้น เพื่อให้ระบบรถไฟฟ้ามีความพร้อมใช้งาน ตรงต่อเวลา เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน และมีระบบสำรองเพียงพอในกรณีเกิดเหตุขัดข้อง
- การให้บริการเดินรถไฟฟ้าที่ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานและกระบวนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีบุคลากรที่เพียงพอและได้รับการฝึกอบรมจนมีความชำนาญ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างปลอดภัย ต่อเนื่อง และสามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัยตลอดระยะเวลาการร่วมลงทุน
- การซ่อมบำรุงรักษาที่ต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางและอุปกรณ์พิเศษ และต้องมีการจัดเตรียมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อการให้บริการตลอดระยะเวลาการร่วมลงทุน เพื่อให้การบำรุงรักษาระบบรถไฟฟ้ามีความปลอดภัย และแก้ไขเหตุขัดข้องได้อย่างรวดเร็ว