เนชั่นทีวี

ข่าว

ใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าอาหารรักษาฐานส่งออก1ล้านล้าน

20 ส.ค. 2563 | orawan_jan

ใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าอาหารรักษาฐานส่งออก1ล้านล้าน

สถาบันอาหาร จับมือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยลงนาม MOU ร่วมกันส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารด้วยนวัตกรรม หวังรักษาฐานตลาดส่งออกอาหารที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาทได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์โควิด

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร และ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสถาบันอาหารและ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

 







นางอนงค์  กล่าวว่าการลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมอาหารของประเทศให้มีความเข้มแข็งและมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ภายใต้ขอบเขตความร่วมมือพอสังเขป ดังนี้ 1.พัฒนาอาหารให้ตรงตามความต้องการของตลาดสู่เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร2.ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านอาหารในการออกแบบบรรจุภัณฑ์  3.สนับสนุนช่องทางการตลาด 4. ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า5. พัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน  6. ถ่ายทอดองค์ความรู้ การบริหารจัดการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆเพื่อพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมอาหารของประเทศให้มีความเข้มแข็ง และมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนต่อไป

 

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับ 3 เสาธุรกิจหลัก (Value Chains) ได้แก่ 1. ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ 2.ภาคการค้าและการลงทุน และ3. ภาคเกษตรและอาหาร เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์และพันธกิจของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

 

ใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าอาหารรักษาฐานส่งออก1ล้านล้าน

"ภาคธุรกิจเกษตรและอาหาร นับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยมีจำนวนประชากรรายครัวเรือน ปี 2562 จำนวน 7.9 ล้านครัวเรือน มีพื้นที่เกษตรกรรม 149 ล้านไร่ของพื้นที่ประเทศ และมีกำลังแรงงานในภาคเกษตรจำนวนทั้งสิ้นกว่า 11.88 ล้านคน โดยมีการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารไทย ปี 2563คาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออก ถึง 1,025,000 ล้านบาท ซึ่งตลอดทั้งปีภาคเกษตรและอาหารของไทยต้องเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ อันเนื่องมาจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด ภัยแล้งที่สร้างความเสียหายต่อภาคเกษตร ตลอดจนความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตและผลผลิตตกต่ำ  การขาดมาตรฐานสินค้า (Food Safety) และปัญหาความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจเกษตร อาทิ ปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบ เป็นต้น"

 

 









 

 

ดังนั้น การลงนามความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการยกระดับความร่วมมือและเครือข่ายระหว่างองค์กรที่สำคัญ ที่จะร่วมกันพัฒนาด้านอาหารตามความต้องการของตลาดสู่เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร ซึ่งสถาบันอาหาร จะเป็น Think Tank ให้สมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ 95,000 ราย โดยสถาบันอาหาร จะให้คำปรึกษา บริการ และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

 

ข่าวล่าสุด