นอกจากนี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ ปอมเปโอ ได้เดินทางเยือนโปแลนด์ซึ่งเป็น "ไม้เบื่อไม้เมา" กับรัสเซียแบบพอดิบพอดี พร้อมกับทำข้อตกลงย้ายทหารสหรัฐฯ จากเยอรมนีมาโปแลนด์เพิ่มเป็นกว่า 5,000 นาย และอาจเพิ่มได้ถึง 2 หมื่นนายในกรณีที่โปแลนด์กำลังเจอ "ภัยคุกคาม" ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน กองกำลังนาโตก็ได้จัด "ซ้อมรบ" ทั้งในโปแลนด์และลิธัวเนีย จนลูคาเชนโกกล่าวหานาโตว่า กำลังเตรียมพร้อมเคลื่อนพลรุกเข้าใกล้พรมแดนเบลารุส
ที่ผ่านมาสหรัฐฯ แสดงออกชัดเจนว่าต้องการโน้มน้าวให้เบลารุสลดการพึ่งพารัสเซีย เห็นได้จากความเคลื่อนไหวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ปอมเปโอกลายเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ คนแรกในรอบกว่า 25 ปีที่เดินทางเยือนกรุงมินสก์ โดยปอมเปโอยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมให้การสนับสนุนเบลารุสในด้านพลังงานแทนรัสเซีย เนื่องจากในช่วงประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ลูคาเชนโกกับปูตินมีความเห็นไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับประเด็นราคาพลังงานและการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นไปอีกขั้น
จนถึงตอนนี้ลูคาเชนโกยังคงยืนกรานว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมมีความชอบธรรม สวนทางกับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่ประกาศชัดเจนว่าไม่ยอมรับการเลือกตั้ง พร้อมกับประณามการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุม และเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ โดยนายโจเซฟ บอเรลล์ เจ้าหน้าที่สูงสุดของอียูด้านต่างประเทศและความมั่นคงออกแถลงการณ์ระบุว่า อียูพร้อมจะอยู่เคียงข้างผู้ชุมนุม และที่สำคัญคือ ชาวเบลาลุสต้องการความเปลี่ยนแปลง "ทันที" ซึ่งคำว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ คงหนีไม่พ้นเปลี่ยนแปลง "ตัวผู้นำ"