(19 สิงหาคม 2563)พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ถึงความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชี้แจงถึงการทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยในตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ต้องทำหน้าที่ส.ว.ด้วย และส่วนตัวได้กล่าวกับผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าการเป็นทหารที่มีประชาธิปไตยต้องคิดใหม่"ยืนยันไม่คิดที่จะเป็นศัตรูกับประชาชน เพราะทหารก็ถือเป็นประชาชนคนหนึ่ง เมื่อเรากลับไปบ้านก็เจอกับครอบครัวที่เป็นประชาชน จึงทำให้เข้าใจถึงความเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ภายในถึงภายนอก แม้จะมีบางครั้งอาจจะมีวาทะหรือคำพูดบางอย่างออกไป ก็ถือเป็นบทบาทหน้าที่ และในฐานะประชาชน และการเป็นข้าราชการ ไม่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าเป็นกลไกทางการเมือง ที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องเสนอผ่านกระบวนการตามกฏหมาย โดยอ้างความเห็นของนายกรัฐมนตรีที่เปิดให้การแก้ไขเป็นไปตามกฏหมาย" ผบ.ทบ. กล่าว
ส่วนการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับการปฏิรูปกำลังพลเรื่องสวัสดิการ สิทธิขั้นพื้นฐาน รด.ไม่จำเป็นขัดรองเท้าหรือหัวเข็มขัด ไม่จำเป็นต้องตัดผม ย้ำว่า ยุคนี้ยืดหยุ่นมากสุดแล้ว เพราะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกขณะเดียวกัน การเบิกกองทุน อทบ.ที่ประกาศขีดเส้น จะทำให้สำเร็จก่อนเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ สำหรับการออมทรัพย์ อทบ. จะแก้เงื่อนไขการเบิกกองทุน โดยทำเอ็มโอยูกับธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ทหารเบิกที่ธนาคารได้ แทนจากเดิมทำที่ส่วนกลางกองทัพบก ส่วนกิจการสวัสดิการของกองทัพทั้ง 4 แห่ง อยู่ระหว่างการปฏิรูปที่อาจต้องใช้เวลา ยืนยืนก้าวต่อไปกองทัพบกตรวจสอบได้จากองค์กรภายนอก
สำหรับสายตรง ผบ.ทบ. นั้น ยืนยันเป็นความลับ และรับเรื่องมากกว่า 500 เรื่อง จัดการปัญหาไปแล้ว และพบว่า 70-80% เป็นเรื่องสวัสดิการ เช่น ลาออกแล้ว มีเงินกองทัพค้างจ่าย แต่ไม่รับเงิน หรือไม่ได้เงินค่าชดเชยทุพพลภาพ และย้ำว่าโทรหาแม่ทัพด้วยตัวเองเพื่อดำเนินการตามคำร้อง ซึ่งมีดำเนินการตรวจสอบ และลงโทษที่มีทั้งปัญหาค้ายาเสพติด และมีการตั้งด่านตรวจ