นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาของศาลล้มละลายกลาง คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ จะได้ข้อสรุป ซึ่งจะอนุมัติแผนฟื้นฟูการบินไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลล้มละลายกลาง โดยการไต่สวนวันที่ 17 ส.ค. 2563 เป็นนัดแรก แต่เนื่องจากการไต่สวนในนัดแรกยังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงกำหนดนัดไต่สวนคำร้องเพิ่มเติมอีก 2 วัน คือ วันที่ 20 ส.ค. 2563 และวันที่ 25 ส.ค. 2563 เพราะการบินไทยมีเจ้าหนี้มากกว่า 2 หมื่นราย และเจ้าหนี้บัตรโดยสารอีกมากกว่าแสนราย ซึ่งการบินไทยจะนำพยานเข้าเบิกความต่อศาลต่อไป
สำหรับ การเปิดไต่สวนแผนการฟื้นฟูการบินไทยนัดแรก ศาลล้มละลายกลาง ได้พิจารณาไต่สวนใน 2 ประเด็น คือ ควรสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และควรแต่งตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ตามที่การบินไทยเสนอมาหรือไม่ ซึ่งคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูงและเป็นมืออาชีพในสาขาความรู้ด้านต่างๆ ได้แก่ 1.พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน 2.นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล 3.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 4.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ 5. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ 6.นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร และ7.บริษัท อีวาย คอร์ปอเรทแอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด
อย่างไรก็ตาม การยื่นคัดค้านจากทนายเจ้าหนี้ 10 กว่าราย ถือว่าไม่มาก เมื่อเทียบกับเจ้าหนี้รายใหญ่ 100 กว่าราย รวมทั้งกระทรวงการคลัง ซึ่งมีมูลหนี้รวมกันมากกว่า 50% ของหนี้การบินไทยประมาณ 3 แสนล้านบาท หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาท สนับสนุนให้การบินไทยทำแผนฟื้นฟูกิจการ ส่วนกรณีที่มีข้อซักถามเรื่องบริษัทอีวาย คอร์ปอเรทฯ เป็นคณะแผนฟื้นฟูนั้น ยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีเครือข่ายทั่วโลก และการคัดเลือกบริษัทเหล่านี้เข้ามาทำแผนฟื้นฟู จะต้องเป็นบริษัทที่ขึ้นทะเบียนกับศาลล้มละลายกลาง และมีอยู่ไม่กี่แห่งในโลก อีกทั้งตอนทำแผนก็มีผู้เขี่ยวชาญจากหลายแขนงร่วมทำแผน และการที่จะตัดสินว่าค่าจ้างที่จ่ายให้บริษัทอีวาย คอร์ปอเรทฯคุ้มค่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณค่าของงานที่ทำ
ส่วนค่าจ้างบริษัทอีวาย คอร์ปอเรทฯ ที่มีค่าตอบแทน 22 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายเป็นงวดตามสัญญา และ 1.5 ล้าน/เดือนนั้น ยืนยันยังไม่ได้จ่ายค่าจ้าง แต่จะมีการระบุในแผนฟื้นฟูหากศาลอนุมัติแผนแล้ว
นายชาญศิลป์ กล่าวว่า หากกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นและศาลมีคำสั่งให้การบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการพร้อมตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วกรมบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้ทุกรายให้ทราบถึงขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่บ้าน หรือจะนำเอกสารมาที่ บริษัท การบินไทย สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อที่การบินไทยและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหนี้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ออนไลน์ โดยการบินไทยจะประชาสัมพันธ์รายละเอียดวัน เวลา และสถานที่ต่อไป
สำหรับลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสาร (Refund) นั้น การบินไทยได้ขยายระยะเวลาออกไปจนถึงปี 2565 โดยให้แลกเป็นบัตรวอยเชอร์ ส่วนลูกค้าบัตรรอยัล ออคิด พลัส ขยายระยะเวลาออกไป 1 ปี จนถึงปี 2564
นายชาญศิลป์ กล่าวว่า หากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอในเร็ววันนี้ การบินไทยคาดว่าจะสามารถเชิญเจ้าหนี้กลุ่มต่างๆ มารับฟังการจัดทำร่างแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้นเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการได้ภาย 1-2 เดือน นับจากวันที่มีการประกาศคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษา
ด้านนางสาวชุติมา ปัญจโภคากิจ กรรมการบริษัท อีวายคอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นพยานที่ 3 ขึ้นตอบข้อซักถามนั้น โดยระบุถึงประเด็นของการได้รับว่าจ้างเข้ามาเป็นที่ปรึกษาและผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยว่า บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกเข้ามาเป็นผู้ทำแผน โดยมีการติดต่อจากการบินไทยให้เข้าไปเสนอแผน ซึ่งมีบริษัทอีกรายเข้ามาเสนอด้วย แต่บริษัทฯ ได้รับคัดเลือก โดยงานหลักคือการเข้ามาเป็นผู้ทำแผน เสนองานที่จะต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน
อย่างไรก็ดี หากบริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นผู้ทำแผน จะต้องบริหารทรัพย์สินของลูกหนี้ และบริหารกิจการของลูกหนี้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ยอมรับว่าบริษัทฯ ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจในระดับหมื่นล้าน หรือแสนล้านมาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทฯ ในระดับแสนล้านไม่ได้มีการยื่นฟื้นฟูกิจการบ่อยครั้ง แต่บริษัทฯ จะเข้ามาเป็นผู้ทำแผนของการบินไทย โดยบริหารจัดการทำงานร่วมกับคณะกรรมการบริษัทอยู่ตลอด
ส่วนประเด็นข้อซักถาม เรื่องผลตอบแทนการว่าจ้างนั้น แบ่งการว่าจ้างออกเป็น จำนวนเงิน 22 ล้านบาท เป็นค่าทำแผน และ 15 ล้านบาทต่อเดือน เป็นค่าดำเนินการ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ยังไม่ได้รับค่าจ้าง เนื่องจากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งให้เป็นผู้ทำแผน ขณะที่ประเด็นของการว่าจ้างบริษัทฯ เป็นการดำเนินการภายหลังการบินไทยหลุดจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วหรือไม่ มีการชี้แจงจากพยานว่า ได้รับการติดต่อจากการบินไทยให้เข้าไปยื่นแผน ภายหลังจากที่กระทรวงการคลังได้ถอนหุ้นออกจากการบินไทยแล้ว
ส่วนกรณีที่มีข่าวระบุในสื่อหลายแห่งว่า เป็นการว่าจ้างที่ขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดที่จะต้องเปิดให้มีการยื่นข้อเสนอ หรือจัดทำเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) เรื่องนี้ตนไม่ทราบ และประเด็นคำถามของประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเคสของบริษัทสหฟาร์ม ที่มีการจ่ายเงินลูกหนี้ในสัดส่วนน้อย มีการชี้แจงจากพยานว่า เป็นการทำตามแผนที่มีระยะเวลากำหนด ปัจจุบันมีการจ่ายหนี้มาโดยตลอด จ่ายตามเปอร์เซ็นต์ที่ระบุในแผน