ด้านนายนายกฤษ เทียนใหม่ สามีผู้เสียหายคนดังกล่าว ยังเผยอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ความเสียหายที่ทางร้านจะได้รับอาจจะเกิดขึ้นบ้างในเรื่องของความน่าเชื่อถือ แต่ไม่อยากให้ผู้ประกอบการรายอื่นต้องมาเจอแบบร้านตน อยากให้มีการเฝ้าระวังกันมากขึ้นกว่าเดิมและร้านทองทั่วประเทศไทยต้องลุกขึ้นมาหารือกันบ้างแล้วว่าจะทำอย่างไรนับต่อจาก น่าจะมีมาตรการป้องกันจากทางสมาคมให้ผู้ประกอบการบ้าง
ส่วนนายสามารถ แจ่มเจริญ ผู้ประกอบการร้านทองแม่มาลี ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 36-11 ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกราย เผยว่า สำหรับกรณีของตนนั้น เหตุเกิดตั้งแต่ราคาทองยังไม่ได้ขึ้นสูงมาก เริ่มตั้งแต่ปลายเดือน พฤษภาคม จนถึงประมาณวันที่ 11 มิถุนายน 2563 ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจะกระทำในทำนองเดียวกัน คือส่งคนสลับกันมาเรื่อย ๆ พร้อมนำทองรูปพรรณที่ดูเหมือนจริง หัวตะขอหัวเป็นของจริงและมิจฉาชีพกลุ่มนี้ทำการชุบทองมาหนามาก ก่อนการรับจำนำทุกครั้ง ก็ได้ถามถึงบัตรประชาชนแต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าลืมนำมาทุกครั้ง ซึ่งในส่วนของตนรับจำนำทองปลอมมาน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 54 บาท เสียเงินไปประมาณ 1100,000 บาท ระยะเวลารวมกันประมาณ 10 วัน ซึ่งมารู้อีกที่ว่าเป็นทองปลอมในวันที่ตัดของเพื่อนำไปส่งที่ร้านส่งย่านเยาวราช จึงทำให้รู้ว่าเป็นทองปลอม หลังจากทราบว่าถูกหลอกก็ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จึงอยากจะวอนขอเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายให้สิ้นทั้งขบวนกา รอยากให้สาวไปถึงบุคคลที่เป็นช่างทองของขบวนการนี้เพราะคิดว่าเป็นช่างทองที่อยู่ในวงการและเป็นมืออาชีพอย่างแน่นนอนเพราะปลอมได้เหมือนมาก...