แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (17 21 ส.ค. 63)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มขยับขึ้นเล็กน้อย จากกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับลด หลังอิรักตกลงที่จะร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตลงอีก 400,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. และก.ย. 63 รวมทั้งกำลังการผลิตของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีน และสหรัฐฯ ที่มีทิศทางดีขึ้น อาจช่วยหนุนให้ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การดำเนินมาตรการล็อกดาวน์รอบสอง และส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวลดลง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
1.กำลังการผลิตน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลด หลังอิรักได้ตกลงที่จะร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตลงอีก 400,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. และก.ย. 63 หลังจากเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสมาชิกภายในกลุ่มโอเปก เพื่อให้ทุกประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงในการลดกำลังการผลิตร่วมกันตามปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศ
2.ปริมาณน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับลดต่อเนื่อง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานตัวเลขกำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค. 63 ปรับตัวลดลงจากระดับ 11.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 10.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ EIA ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในปี 2563 ลงจากระดับ 11.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ระดับ 11.26 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมกับปรับตัวเลขความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากระดับ 18.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปสู่ระดับ 18.46 ล้านบาร์เรลต่อวัน