เนชั่นทีวี

ข่าว

วอนสื่ออย่าซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19

16 ส.ค. 2563 | thanita_boo

วอนสื่ออย่าซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19

"พรรณิการ์ วานิช" วอนสื่อทำหน้าที่เป็นเสียงแห่งเหตุผล ช่วยการเรียกร้องของนักศึกษาไม่ให้ตกเป็นเป้าของความรุนแรง เหมือนประวัติศาสตร์นองเลือด 6 ตุลาฯ 2519 เพื่อเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ

(16 สิงหาคม 2563) น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยนายชำนาญ จันทร์เรือง อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นถึงสถานการณ์การเมือง จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมทางการเมือง สภาผู้แทนราษฎร ณ โรงแรมมณีจันทร์รีสอร์ท จ.จันทบุรี  โดยมี ส.ส.จากพรรคก้าวไกล นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส. เขต 1 พิษณุโลก และน.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.เขต 3 จันทบุรี รวมถึงนายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ ร่วมเวทีด้วย

โดยน.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า การชุมนุมของนักศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันที แต่เป็นการสั่งสมความผิดหวังซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าในระบบรัฐสภา ตั้งแต่หลังเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. 2562 เมื่อประชาชนเห็นว่าเสียงในสภาฯ แก้ปัญหาไม่ได้ สร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงต้องออกมาตะโกนส่งเสียงด้วยตนเอง และเมื่อตะโกน เสียงย่อมดัง ข้อความหลายส่วนก็แหลมคม เช่น การเสนอการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับสถาบัน การเรียกร้องในเรื่องที่แหลมคมเช่นนี้ ย่อมมีผู้ไม่สบายใจ ตกใจ กระทบกระเทือนใจ แต่มันคือการนำปัญหาที่พูดกันในที่ลับขึ้นสู่เวทีสาธารณะ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข โดยปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติ คือ การเปิดใจ พูดคุยกันอย่างมีหลักการและเหตุผล อย่างมีวุฒิภาวะ 

ทั้งนี้ ผู้ที่จะทำหน้าที่สนับสนุนการพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ หลีกเลี่ยงการสร้างความเกลียดชังและการนองเลือด นอกจากสภาฯ รัฐบาล ก็คือสื่อมวลชน ที่ผ่านมาในฐานะอดีตเป็นสื่อมวลชน ส่วนตัวกังวลใจอยู่ว่าข้อเสนอและจุดยืนของนักศึกษา ไม่ถูกนำเสนอในสื่อหลักส่วนใหญ่ มีเพียงการนำเสนอแบบปลุกปั่น โดยสื่อบางสื่อก็ โหมกระพือวาทกรรมชังชาติ-ล้มเจ้า ซึ่งอาจเป็นการเปิดทางให้นักศึกษาตกเป็นเป้าของการใช้ความรุนแรง ทั้งจากรัฐและประชาชน เหมือนในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 

วอนสื่ออย่าซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19



"ตอนนี้สังเกตว่าสื่อเริ่มปรับตัว โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เริ่มกล้านำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง 10 ข้อของนักศึกษามากขึ้น สื่อทีวีช่องใหญ่ๆก็เริ่มจัดรายการเชิญนักการเมือง นักวิชาการที่เห็นต่างมุม มาถกเถียงแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และอยากเรียกร้องให้สื่อทำหน้าที่สื่อกลาง เวทีกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างฝ่ายนักศึกษากับฝ่ายรัฐและกลุ่มอนุรักษ์นิยมอย่างมีเหตุผล ยึดหลักการ เพื่อเลี่ยงความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ที่อาจนำไปสู่เหตุนองเลือดได้" น.ส.พรรณิการ์ ระบุ


อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ นี่คือโอกาสที่สื่อจะได้แสดงบทบาทอันตรงตามจรรยาบรรณสื่อ ใครๆก็พูดว่าสถานการณ์กำลังจะเดินไปสู่ 6 ตุลาฯ เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ สื่ออย่างดาวสยาม วิทยุยานเกราะ ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เลือด ว่ามีส่วนสำคัญในการปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังจนถึงขั้นคนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง แต่ครั้งนี้ สื่อจะได้มีโอกาสจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ว่าเป็นเสียงแห่งเหตุผล ไม่ใช่เครื่องผลิตความเกลียดชัง เป็นผู้เปิดเวทีให้คนคิดต่างได้มาคุยกัน หาทางออกร่วมกัน พาสังคมไทยเลี่ยงจุดจบนองเลือด เดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติได้

วอนสื่ออย่าซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19



ขณะที่ นายปดิพัทธ์ ในฐานะประธาน กมธ. ยืนยันว่าส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการกดดันสื่อ เนื่องจากทราบกันดีว่าพรรคก้าวไกล และอดีตพรรคอนาคตใหม่ ตกเป็นเป้าการโจมตีของสื่อบางสำนัก หากตนเองในฐานะประธาน กมธ. เรียกสื่อมาสอบ หรือใช้อำนาจกดดันสื่อที่โจมตีพรรคตนเอง ก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่สิ่งที่ กมธ.จะทำได้ คือ การตรวจสอบการทำงานของ กสทช. ว่าเที่ยงตรงเป็นธรรมหรือไม่ เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแลการทำงานของสื่อโดยตรง ส่วนกรณีเสนอข่าวเท็จ สร้างความเกลียดชัง เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้ กมธ.จะติดตามบทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกระทรวงที่ดูแลเรื่องข่าวปลอม และการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด