ทั้งนี้สงสารหลานๆ ทั้ง 3 คน ตนก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกวันตนต้องเก็บขยะขาย วอนให้ช่วยเหลือเรื่องที่ดิน ยอมรับว่า มีบุคคลใส่ชุดข้าราชการมา บอกให้ตนเซ็นชื่อ ซึ่งตนก็ไม่รู้เรื่องเพราะอ่านหนังสือไม่ออกจึงได้เขียนชื่อลงไปเท่านั้น จากนั้นไม่นาน เขามาบอกว่า รู้หรือไม่ว่า ที่ดินผืนนี้ ถูกยึดแล้ว ซึ่งตนก็งง ว่าทำไม ที่ดินตนจึงถูกยึดไปเป็นของคนอื่น ๆทั้งที่ดินของตนนั้นได้มาจากสามี ซึ่งเลิกไปแล้ว และยกที่ดินผืนนี้ให้มานานแล้ว
"อยากให้ช่วยป้าด้วย เพราะทุกวันนี้ ต้องเลี้ยงหลานจำนวนอีก 3 คน ซึ่ง 1 ใน 3 คนก็เป็นลูกของอดีตลูกเขยคนที่ให้ป้าเซ็นต์ค้ำประกันด้วย หากกรมบังคับคดี ยึดที่ดินไป ป้าไม่รู้จะอยู่อย่างไร สงสารเด็กๆ ด้วย เพราะถ้ายึดที่ดินยึดบ้าน ต้องไปอาศัยวัดแน่ๆ อีกทั้งป้าได้ผ่าตัด จากมะเร็งมดลูกไม่สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ หารายได้เลี้ยงชีพเพียงเหลาไม้กวาดขาย และเก็บขยะขายไปวันๆเท่านั้น"นางวิลัย กล่าว
นางวิลัย กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้เงินรายได้ไม่ค่อยเพียงพอ ยังดี ที่แต่ละเดือน"บ้านพักเมตตา" ส่งเงินให้ตนเดือนละหนึ่งพันบาท ซึ่งทุกเดือนไปถอนเงินมาเพื่อซื้อข้าวสารไว้ก่อน จากนั้นต้องเก็บเงินไว้ซื้อไข่เก็บเอาไว้ เพราะต้องให้หลานกินทุกวัน และทุกวันจะต้องให้เงินหลานๆ ทั้ง 3 คน จำนวน 20 บาท ซึ่งโรงเรียนจะเก็บออมไว้คนละ 10 บาท ถามว่า เงินพอไหม ก็คงไม่พอ ส่วนอาชีพของตน ก็คือ เหลาไม้หวาด และออกเก็บขยะ เพื่อคัดแยกมาขายขณะที่ในแต่ละเดือน ก็มีเงินจากลูกสาว ที่ทำงานกรุงเทพฯ ส่งมาให้ตน เพื่อเลี้ยงหลาน หรือลูกของเขา เดือนละพันบาท บางเดือนไม่ได้ส่ง บอกว่าเงินไม่มีต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน
เมื่อถามว่าโกรธลูกตนเองไหม ที่ให้ตนเลี้ยงลูกทั้ง 2 คน ซึ่งสีหน้าของ นางวิลัย แสดงออกถึงความ เป็นหัวอกแม่ บอกทั้งน้ำตาเพียงว่า ไม่โกรธ