ในเพจเฟสบุ๊กของ Rachot Wangkahart ได้โพสต์ข้อความเรื่องราว ที่เกิดขึ้น ณ ขอนแก่นผมแวะเข้าห้องน้ำปั๊ม ระหว่างทางที่ขี่มอไซฯกลับบ้าน หลังจากไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ขณะผมจอดรถ ชายสูงอายุคนนึง ขี่มอไซเวฟ สีส้มเก่าๆ ไฟท้ายไม่มี เบาะรถถูกหุ้มด้วยกระดาษ ขับตรงเข้ามาหาผม วินาทีแรก ผมคิดว่าเป็นคนเมา มาขอเงินแน่ๆ ผมรีบสร้างการ์ดป้องกันตัวทันที พยายามชิงพูด และถามก่อน "ตามีอะไร?ตามาจากไหน? บ้านตาอยู่ไหน?
บ้านตาอยู่บุรีรัมย์......ไม่ตา ผมหมายถึงบ้านตาที่ขอนแก่นอยู่ที่ไหน ทำไมไม่กลับบ้านมันดึกแล้ว บ้านตาอยู่บุรีรัมย์ ตามางานศพหลานที่เพิ่งจมน้ำ เมื่อกี้ตาหลับอยู่ แล้วยุงกัด และเห็นรถเราพอดี ตาคิดว่ารถตำรวจ เพราะเห็นคันใหญ่ๆมีไฟ ตาจะให้ตำรวจช่วยหาที่นอน จะเป็นโรงพัก หรือวัดก็ได้ เพราะตาไม่รู้ทางหลังจากดูบุคลิกท่าทางของตาซักระยะ ผมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร เลยพูดคุยซักถามที่มาที่ไป
ตาเล่าว่า ตาได้ข่าวว่าหลานชายอายุ 15 จมน้ำตาย จากการที่ญาติไลน์มาบอกลูกสาว ตาขี่รถมอไซออกมาจากบ้านที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ประมาณ5โมงเช้า มีเงินติดตัวอยู่ 300 บาท ไม่ได้บอกลูกและภรรยา บอกแต่คนข้างบ้านว่าจะไปหาหลาน ขี่มาเรื่อยๆจนถึงขอนแก่นระยะทางเกือบ 3 ร้อยกิโลเมตร มาถึงขอนแก่นประมาณ5โมงเย็น ขี่ตรงเข้าไปบ้านน้องสาวก่อนเพราะไม่รู้สถานที่จัดงาน พร้อมเข้าไปกราบเท้าพ่อที่ป่วยติดเตียงตามที่ตั้งใจไว้ เพราะไม่ได้เจอกันมาถึง3ปี หลังจากเยี่ยมพ่อเสร็จ ก็ได้เจอน้องสาว แต่คำพูดแรกที่น้องสาวทักคือ "มาทำไม จะมาทวงเงินเหรอ เหมือนฟ้าผ่ากลางหัวใจ ตาบอกทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่เดินไปค้อมมอไซแล้วรีบขี่ออกมา พร้อมกับความน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่รู้จะไปไหน คิดว่าต้องกลับบ้านที่บุรีรัมย์ ขี่ออกมาซักพัก เริ่มค่ำ ขี่ไม่ไหว ไฟท้ายรถก็ไม่มี เลยจอดนอนที่ปั๊ม แล้วก็มาเจอหลานที่แหละ