นายวีรศักดิ์กล่าวว่า แนวทางการศึกษา นอกจากดูผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละภาคส่วนแล้ว จะดูว่ากระทรวงพาณิชย์จะใช้มาตรการที่มีอยู่เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างไร อย่างสินค้าเกษตร ตัวหลักๆ 5 ชนิด ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ก็มีประกันรายได้ดูแลอยู่แล้ว แต่ตัวอื่นๆ อย่างผลไม้ จะทำยังไง จะช่วยหาตลาดหรือเร่งรัดการส่งออกยังไง สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)จะสนับสนุนด้านการตลาดยังไง ช่วยเชื่อมโยงแหล่งผลิตเป็นที่เที่ยวยังไง หรือสินค้าที่ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ จะช่วยหาตลาดหรือช่วยผลักดันส่งออกให้เพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่
ส่วนการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยว หรือธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งSMEs ,โอทอป แฟรนไชส์ ร้านอาหาร ก็จะเข้าไปดูว่าจะช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ยังไง โดยใช้กลไกลที่กระทรวงพาณิชย์มีอยู่ และหากต้องประสานหรือทำร่วมกับหน่วยงานอื่น ก็ให้มีข้อเสนอแนะมา ก็จะนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้มีการขับเคลื่อนต่อไป
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา กล่าวว่า แนวทางการศึกษาจะเน้นใน 3 ภาคส่วน โดยจะศึกษาตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จะดูว่าแต่ละภาคส่วนมีผลกระทบอะไรทั้งในมิติการจ้างงาน การผลิต และการตลาด มีโอกาสทางเศรษฐกิจอะไร และมาตรการฟื้นฟูจะทำอย่างไร โดยจะกำหนดมาตรการฟื้นฟูที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ แต่หากไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม และท่องเที่ยว ก็จะเสนอให้มีการประสานและบูรณาการการทำงาน เพื่อให้การฟื้นฟูทำได้อย่างรวดเร็ว และคาดว่าผลการศึกษาจะทำแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน