เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.เรียกสอบ"เสี่ย ก."อ้างชื่อบิ๊กป้อม

05 ส.ค. 2563 | sararat_rat

กมธ.เรียกสอบ"เสี่ย ก."อ้างชื่อบิ๊กป้อม

กลุ่มธรรมาภิบาล เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ กรณีกลุ่ม "เสี่ย ก." แอบอ้างชื่อบิ๊กป้อมล็อกสเปคงานติดตั้งกล้องวงจรปิด ในหน่วยงานรัฐและอปท. ทั่วประเทศกว่า 700 ล้านบาท ด้าน "เสี่ย ก." โดนกรรมาธิการเรียกตัวเข้าชี้แจงด่วน

วันที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา กลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น ได้เข้าร่วมประชุมและชี้แจงต่อกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายซูการ์โน มะทา ประธานกรรมาธิการเป็นประธาน กรณีกลุ่ม "เสี่ย ก." ได้แอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ในรัฐบาลล็อกสเปคโครงการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทั้ง อบต. อบจ. และเทศบาลต่างๆ ตามนโยบาย Smart City ของรัฐบาล

กมธ.เรียกสอบ"เสี่ย ก."อ้างชื่อบิ๊กป้อม

นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาล ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ตนได้ยื่นเรื่องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติการณ์ไปแอบอ้างชื่อบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสามารถเข้านอกออกในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด รวมถึงอ้างตนเป็นเลขานุการประจำกรรมาธิการคณะนี้ เพื่อเข้าไปประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแสวงหาผลประโยชน์ให้กับธุรกิจติดตั้งกล้อง CCTV ของตนเอง โดยขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีแล้ว ส่วนประเด็นการล็อกสเปคกล้อง CCTV ของกลุ่ม "เสี่ย ก." ตนได้ยื่นเรื่องให้ดีเอสไอ และ สตง. ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่แล้ว ฉะนั้นจึงขอให้ที่ประชุมได้ตรวจสอบว่า "เสี่ย ก." มีตำแหน่งในคณะกรรมาธิการชุดนี้หรือไม่ และหาก "เสี่ย ก." มีตำแหน่งในคณะกรรมาธิการชุดนี้จะทำอย่างไร เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อคณะกรรมาธิการดังกล่าว จึงเสนอให้ที่ประชุมรับไปพิจารณา

กมธ.เรียกสอบ"เสี่ย ก."อ้างชื่อบิ๊กป้อม

นอกจากนี้ นายวิวัฒน์ยังได้เสนอความเห็นว่าหากคณะกรรมาธิการจะแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามารับตำแหน่งใดๆในกรรมาธิการ หรืออนุกรรมาธิการ ควรพิจารณาเลือกบุคคลที่สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง ไม่ควรเลือกแต่งตั้งบุคคลที่อาจจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยอาศัยตำแหน่งทางรัฐสภา เพราะส่วนใหญ่บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ประกอบการ ผู้รับเหมา หรือเจ้าของกิจการที่ค้าขายกับหน่วยงานของรัฐ จึงเกรงว่าบุคคลเหล่านี้อาจจะเข้าไปหาผลประโยชน์จากเงินงบประมาณแผ่นดิน อย่างกรณีกลุ่ม "เสี่ย ก." เพราะรัฐสภาเป็นสถานที่รวมของ ส.ส. และ ส.ว.ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน จึงเป็นช่องทางให้นักผลประโยชน์ใช้ช่องทางนี้ เพื่อให้ตนมีตำแหน่งและวิ่งเต้นงบเอาประมาณแผ่นดินเพื่อประโยชน์แก่กิจการของตนเอง ด้านนายซูการ์โน มะทา ประธานในที่ประชุมได้รับข้อเสนอของนายวิวัฒน์ เพื่อไปพิจารณาต่อไป ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ไม่ได้หารือหรือพิจารณาเรื่องการล็อกสเปค CCTV ตามระเบียบวาระแต่อย่างใด เนื่องจากข้อร้องเรียนเป็นกรณีให้ตรวจสอบพฤติการณ์หาประโยชน์ของกลุ่ม "เสี่ย ก." เท่านั้น และกรรมาธิการมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบว่า "เสี่ย ก." ทำให้กรรมาธิการได้รับความเสียหายหรือไม่ ส่วนการอ้างชื่อพลเอกประวิตรและมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ไปหาผลประโยชน์นั้น กรรมาธิการไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบแต่อย่างใดโดยในตอนท้าย ประธานในที่ประชุมได้เรียกตัว "นาย ก." ซึ่งมีตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการเข้าไปชี้แจงต่อที่ประชุมว่าคือ "เสี่ย ก." ตามข้อร้องเรียนหรือไม่ ซึ่งประธานในที่ประชุมได้เชิญนายวิวัฒน์ออกนอกห้องประชุม และยังไม่ทราบว่าผลการตรวจสอบเป็นเช่นไร ซึ่งทางคณะกรรมาธิการแจ้งว่า จะส่งเป็นหนังสือให้ทราบในภายหลัง

ข่าวล่าสุด