ข้อเสนอแนะที่สำคัญโดย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
ด้านการเงิน 1) เร่งรัดการดำเนินมาตรการเยียวยาด้านการเงินสำหรับเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และเสนอให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ต้องเข้ามาเพิ่มการค้ำประกันให้กับการกู้เงินของภาคเอกชนจากธนาคารพาณิชย์ เป็นรายบริษัท ทั้งนี้ ต้องสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมให้กับ บสย. เพื่อให้มีวงเงินที่เพียงพอ 2) ขอให้ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ เข้าใจความเดือดร้อนของภาคธุรกิจ และมุ่งดำเนินการให้สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง อาทิ รักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทให้อยู่ระดับ 34 บาท/เหรียญสหรัฐฯ และผ่อนปรนนโยบายการปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ (Soft loan) และขอให้มีการขยายอายุของ พรก.เงินกู้ฯ ให้เป็น 5 ปี
ด้านการบริหารจัดการน้ำและยกระดับภาคการเกษตร 1) ให้ความสำคัญกับในระบบการบริหารจัดการน้ำและระบบชลประทานให้มากขึ้น ทั้งจากภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมเฉียบพลัน เพื่อรักษาปริมาณผลผลิตสำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 2) สนับสนุนโครงการการเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด (ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์/กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันในทางปฏิบัติมากขึ้นทั้งในส่วนของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ทั้งห่วงโซ่การผลิต รวมถึงควรเร่งยกระดับภาคเกษตรไปสู่ Smart farming, Big Data ให้สามารถทำเกษตรแปลงใหญ่และให้ผลผลิตต่อไร่สูงได้
ด้านกฎระเบียบโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ 1) ควรเร่งแก้ไขกฎระเบียบซึ่งล้าสมัย อาทิ 1) กำหนดให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการที่เกี่ยวเนื่อง เป็นบริการควบคุม ภายใต้ พ.ร.บ. ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศให้กับผู้ประกอบการส่งออกนำเข้า 2) บังคับใช้ พรบ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เพื่อป้องกันผู้ส่งออกนำเข้า จากการเอาเปรียบโดยผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศซึ่งมีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า โดยเฉพาะในกรณีซึ่งคู่ค้าเป็นผู้กำหนดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ 3) กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าระวางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ใช้บริการผ่านผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 4) กำหนดแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรให้ผู้ส่งออกนำเข้าสามารถชำระค่าระวางและค่าสินค้าและบริการภายในประเทศ ให้กับกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับซัพพลายเชนระหว่างประเทศเป็นเงินสกุลต่างประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้น้อยลง 5) แก้ไขกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 19 และ 20 โดยกำหนดความสูงของรถบรรทุกตู้สินค้าแบบ High Cube และ Car Carrier ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในปัจจุบัน 6) แก้ไขประกาศกรมศุลกากรที่ 139/2560 ให้สามารถ Consolidate สินค้าของผู้ประกอบการไทยซึ่งลงทุนในประเทศกัมพูชา ซึ่งขนส่งเข้ามาเพื่อบรรจุตู้คอนเทนเนอร์รวมกับสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกในประเทศไทย ณ ไอซีดีลาดกระบัง หรือไอซีดีอื่นซึ่งอาจสร้างเพิ่มขึ้นในอนาคต 7) แก้ไขประกาศศุลกากร 141/2560 เรื่อง "พิธีการศุลกากรว่าด้วยการผ่านแดนตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" ให้ครอบคลุมการขนส่งทางราง และให้เอกชนสามารถเข้าดำเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างประเทศได้ 8) แก้ไขกฎหมายของหน่วยงานรัฐที่ให้บริการผ่าน National Single Window (NSW) ให้รองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยสมบูรณ์ เพื่อลดปริมาณเอกสารกระดาษ และการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อนหลายครั้ง 9) ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการค้าและพิธีการศุลกากร ลดอุปสรรคและข้อกีดกันทางการค้า ลดภาษี และลดต้นทุนการผลิตและการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร อาทิ 9.1) ยกเว้นการพิจารณา AD Tin Plate เพื่อให้นำเข้าได้เพียงพอต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ภายในประเทศ 9.2) ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำผลไม้ 100% 9.3) ยกเลิกโควตาและข้อห้ามการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับการเพาะปลูกในภาคเกษตร การผลิตอาหารสัตว์ สำหรับการปศุสัตว์ และการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะรายการซึ่งประเทศไทยไม่สามารถผลิตเองได้ หรือต้องนำเข้าเพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการ อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง มันฝรั่ง ปลาทูนา กุ้ง ปุ๋ย เป็นต้น 10) อนุญาตให้กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการผลิตและส่งออกแต่ไม่สามารถส่งออกได้ตามที่กำหนดจากผลกระทบของ COVID-19 สามารถขายสินค้าในประเทศได้โดยไม่เสียสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความต้องการสินค้าภายในประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีการผลิตภายในประเทศอย่างเพียงพอ 11) ยกเว้นการเรียกเก็บภาษีเงินปันผลหรือรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศ ที่นำกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการไทย เป็นต้น
2) ยังไม่ควรบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการ จนกว่าผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวได้ อาทิ 1) ชะลอการบังคับใช้ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง "ให้เรือชายฝั่งที่รับตู้สินค้าขาเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ดำเนินการบรรทุกตู้สินค้าลงเรือ (Loading Container) ณ ท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A)" และตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 2) ทบทวนนโยบายกระทรวงคมนาคมการจำกัดเวลาเดินรถบรรทุกในเขตกรุงเทพมหานครเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 3) ทบทวนการเก็บภาษีความหวานและนโยบายการเก็บภาษีความเค็ม เพี่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุนในปัจจุบัน เป็นต้น