นายสมพร ขวัญเนตร ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า การที่ภาคเอกชนเสนอให้จ้างแรงงานเป็นรายชั่วโมงจากปัจจุบันจ้างเป็นขั้นต่ำรายวัน เพื่อช่วยประคองภาคธุรกิจในขณะนี้ว่ามีความเป็นไปได้ หากแรงงานกลุ่มที่จ้างเป็นรายชั่วโมงคือกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มผู้ตกงานแต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งหากแรงงานทั้งระบบเปลี่ยนเป็นรายชั่วโมงจากปกติจ่ายเป็นรายวัน เนื่องจากปัจจุบันค่าครองชีพสูงและรายได้ขั้นต่ำก็ไม่เพียงพอ หากจ้างงานเป็นรายชั่วโมง เงินที่ได้รับจะยิ่งลดลง
"จะจ้างชั่วโมงเร่งด่วน ถ้าเป็นสัญญาภาคสมัครใจทำได้ แต่ต้องไม่แตะต้องลูกจ้างในระบบ เพราะหลักๆ ถ้าแก้ค่าจ้างทั้งระบบมีปัญหาทันทีลูกจ้างประจำทั้งหมดคงไม่ยอม และเป็นเรื่องยาก ต้องแก้กฏหมายหลายตัวต้องมีความเป็นธรรม ลูกจ้างต้องอยู่ได้ ตอนนี้ค่าแรงคิดจากค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างมาตรฐานฝีมือ ซึ่งถ้ามาเตะตรงนี้ ต้องแก้ พ.ร.บ. ไม่น่ายอมกันกระทบค่าชดเชย วันหยุด วันลา" นายสมพร กล่าว
อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างขับเคลื่อนประเด็นค่าจ้าง โดยเฉพาะค่าจ้างขั้นต่ำ 425 บาทที่พรรคพลังประชารัฐเสนอก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัจจุบันค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำไม่เพียงพอ นอกจากนี้ต้องการเสนอให้รัฐช่วยนำเงินงบประมาณมาช่วยเหลือภาคแรงงานให้เหมือนที่รัฐช่วยเหลือภาคอื่นๆมากกว่าปัจจุบันที่ภาคแรงงานพึ่งพิงเงินประกันสังคม