ลี เต็ง-ฮุย ได้รับยกย่องจากประชาชนเสมือนบิดาของไต้หวัน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2531-2543 โดยเข้ารับตำแหน่งต่อจากอดีตประธานาธิบดีเจียง จิง-กว๋อ ที่ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2531 ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีตามระบอบประชาธิปไตยคนแรกในปี 2539 ตลอด 12 ปีที่เขาปกครองไต้หวัน เขาสามารถปฏิรูปการปกครองจากระบอบเผด็จการภายใต้กฎอัยการศึกสู่ระบอบประชาธิปไตย มีนโยบายขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้เขามีนโยบายต่อจีนที่สลับซับซ้อน ทั้งการเป็นปรปักษ์อย่างแข็งกร้าว การปรองดอง และการเรียกร้องเอกราช รวมทั้งยังพยายามแสดงอธิปไตยของไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้จีนต้องจัดการซ้อมรบทางทหารเพื่อข่มขู่อยู่หลายครั้ง
และแม้เขาพ้นตำแหน่งไปแล้ว ก็ยังคงทำตัวเป็นหอกข้างแคร่สำหรับจีน โดยในปี 2561 เขายังผลักดันให้มีการจัดประชามติเพื่อเปลี่ยนชื่อจากสาธารณรัฐจีนเป็นไต้หวัน
แต่ล้มเหลว เขายังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐว่า จีนพยายามโดดเดี่ยวไต้หวันจากประชาคมโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อลิดรอนอธิปไตยและทำลายประชาธิปไตยของไต้หวัน และบรรลุเป้าหมายการรวมชาติในที่สุด