(1 สิงหาคม 2563) น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีวาระพิจารณาเรื่อง การรบกวนระหว่างระบบบริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ในคลื่นความถี่ C-band และระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G ที่ใช้คลื่นความถี่ 2600 MHz โดยได้เชิญตัวแทนจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) บริษัท อินโฟแซท จำกัด บริษัท พีเอสไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ร่วมชี้แจง
น.ส.กัลยา กล่าวต่อว่า กมธ.ได้รับการร้องเรียนว่า มีการรบกวนระหว่างระบบบริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในคลื่นความถี่ C-band และระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G ที่ใช้คลื่นความถี่ 2600 MHz จึงได้เชิญผู้ให้บริการทั้งเครือข่ายทีวีดาวเทียม และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ มาชี้แจงถึงปัญหาดังกล่าว ว่ามีความรุนแรงของการรบกวนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพการให้บริการกับภาคประชาชนอย่างไรบ้าง อะไรเป็นสาเหตุของการรบกวน และอะไรเป็นสาเหตุหลัก รวมถึงแนวทางข้อเสนอการแก้ไข ระยะเวลาการดำเนินการ และต้นทุนการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ทางผู้ให้บริการยอมรับว่ามีปัญหาคลื่นรบกวนจริง ทำให้ประชาชนที่ติดจากดาวเทียมระบบ c-band หรือจานดำ ไม่สามารถดูได้ เนื่องจากถูกคลื่น 2600 MHz รบกวน ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงว่าถ้าในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยมีแนวโน้มจะนำคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz คือ ความถี่ในช่วง Extended C Band (3400-3700MHz) มาประมูลเพื่อจัดสรรให้บริการ 5G เพิ่มเติมจากย่าน 2600MHz จะมีประเด็นปัญหาการรบกวนหนักกว่านี้หรือไม่ ส่วนการแก้ปัญหาคลื่นรบกวน คงต้องให้ทาง กสทช. เข้ามาช่วยดำเนินการแก้ปัญหาด้วย