ประธานอุตสาหกรรมแนะรัฐต้องตั้งทีมคุยม็อบเยาวชนปลดแอก
29 ก.ค. 2563 | kavintra_chi

ประธานสภาอุตสาหกรรมโคราช เชื่อไม่ใช่ม๊อบมุ้งมิ้ง แนะรัฐบาลจัดทีมพูดคุยหาทางออกกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก หาจุดร่วม สงวนจุดต่าง ระบุนักธุรกิจไม่กล้าลงทุน
ข่าว
29 ก.ค. 2563 | kavintra_chi

ประธานสภาอุตสาหกรรมโคราช เชื่อไม่ใช่ม๊อบมุ้งมิ้ง แนะรัฐบาลจัดทีมพูดคุยหาทางออกกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก หาจุดร่วม สงวนจุดต่าง ระบุนักธุรกิจไม่กล้าลงทุน
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล ของกลุ่มเยาวชนปลดแอกว่า มองว่ากลุ่มเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหว ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป เพราะเริ่มมีการขยายวงกว้างไปสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย หลายคนคิดว่าม็อบครั้งนี้ยังจุดไม่ติด แต่สำหรับนักเรียน นักศึกษาจุดติดแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการออกมาแสดงความคิดเห็นได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐบาลเองก็ต้องออกมาดูแลและรับฟังเสียงของพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน อย่าไปดูถูกพลังของกลุ่มเยาวชนว่าเป็นเรื่องเล็ก และให้นักการเมืองบางคนมาพูดเหน็บแนมว่าเป็นม็อบมุ้งมิ้ง ม็อบจัดตั้ง เพราะยิ่งจะสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงได้
ส่วนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ให้ยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น เชื่อว่ารัฐบาลรับไม่ได้แน่นอน แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ รัฐบาลต้องรีบส่งทีมงานเข้ามาพูดคุยกับกลุ่มเยาวชน เพื่อต่อรองว่า หากข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อทำไม่ได้ แล้วจะมีอะไรบ้างที่จะร่วมกันหาทางออก เพราะถ้าไม่รีบเข้ามาพูดคุยกัน เชื่อว่าม็อบจะมีแนวร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน เนื่องจากขณะนี้หลายคนก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจในการบริหารประเทศของรัฐบาล รวมทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจ และสังคม ที่กำลังเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ก็ยิ่งทำให้คนมีอารมณ์ร่วมกับม็อบไล่รัฐบาลได้ง่ายขึ้น จริงอยู่ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้ความชอบธรรมมาจากเสียงสนับสนุนของ ส.ส.ที่มาจากคะแนนเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องเคารพสิทธิ์ความเห็นต่างของเสียงส่วนน้อยด้วย ซึ่งเสียงจากเยาวชนกลุ่มนี้ก็มีเหตุมีผลที่มาจากปัญหาบางอย่าง ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องมาพูดคุยกันถึงปัญหาเหล่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดม็อบขยายตัว
ส่วนของนักธุรกิจ นักลงทุน เมื่อเห็นสถานการณ์ม็อบเกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาค ทำให้นักธุรกิจชลอการลงทุน แม้ว่ารัฐบาลจะไปขอร้องให้ช่วยกันลงทุน แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่น พร้อมฝากถึงกลุ่มเยาวชนปลดแอกด้วยว่า ข้อเรียกร้องบางอย่างที่รัฐบาลทำไม่ได้ แล้วอะไรจะพอเจรจาพูดคุยกันได้บ้าง เพราะการยุบสภา และให้นายกรัฐมนตรีลาออกในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ อาจจะทำให้เกิดช่องว่างในการบริหารประเทศ และเกิดความเสียหายต่อประเทศได้ไม่น้อยเหมือนกัน ดังนั้นเราต้องมาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลจึงจะเหมาะสมกว่า