นายบรรจบ ภูมิ่งเดือน นายก อบต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลายพื้นที่ในประเทศไทย ได้เกิดปัญหาภัยแล้งในปี 2562 ที่ผ่านมา จึงพบว่าราคารับซื้อผลผลิตข้าวเปลือก ทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้าได้ขยับตัวสูงขึ้น เพราะผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับชาวนาไทย ที่ได้ขายข้าวคุ้มทุนและมีกำไร ซึ่งทั้งข้าวเปลือกเจ้ากับข้าวเปลือกเหนียว มีราคาที่ใกล้เคียงกัน คือกิโลกรัมละประมาณ 15-18 บาท หรือตันละ 15,000-18,000 บาท และตรึงราคามาเรื่อย ๆ ทำให้ชาวนาทุกคนดีใจ มีกำลังใจทำนาและไม่ประสบปัญหาขาดทุนนายบรรจบ กล่าวอีกว่า สำหรับในฤดูกาลผลิตปี 2563 นี้ ยังได้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง หลายพื้นที่ยังขาดแคลนน้ำเนื่องจากอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก คาดว่าผลผลิตคงได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกยังสูงขึ้นและคงตัว ไม่ต่ำกว่าตันละ 15,000-18,000 บาท แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีข้าวเปลือกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาด ทำให้ชาวนาหลายรายที่กักกุนข้าวเปลือกในยุ้งฉางไว้ หวังจะขายได้ในราคาที่สูงขึ้นถึงตันละ 19,000-20,000 บาท จึงต้องชะลอการขายไว้ก่อน เพราะตอนนี้ราคาไม่แน่นอน เนื่องจากมีข้าวเปลือกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาดดังกล่าว ทำให้กระทบราคาข้าวด้านนายนาคินทร์ ภูจ่าพล ผู้ใหญ่บ้านศรีสังคม หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นเกษตรกรด้วย กล่าวว่า ประเทศไทยเราเป็นแหล่งผลิตข้าวแหล่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ได้ผลผลิตทั้งข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกเหนียว เป็นสินค้าหลักส่งออกต่างประเทศ และแต่ไหนแต่ไรมาทราบว่า ภาครัฐไม่เคยมีนโยบายนำเข้าข้าวเปลือกจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย แต่ในปัจจุบันตนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีการนำเข้าข้าวเปลือกจากต่างประเทศ เข้ามาจำหน่ายและตีตลาดข้าวไทยได้อย่างไร